กลุ่มเยาวชนบ้านโป่งกระทิงบนฯ จังหวัด ราชบุรี
ผลงานรางวัลลูกโลกสีเขียว ครั้งที่ 6 ประจำปี 2547
ประเภท : กลุ่มเยาวชน
กลุ่มเยาวชนบ้านโป่งกระทิงบน เยาวชนผู้สืบสานภูมิปัญญา ด้วยสำนึกรักบ้านเกิด จังหวัด ราชบุรี
ด้วยสำนึกรักบ้านเกิดของแกนนำเพียงไม่กี่คน ถ่ายทอดไปสู่สมาชิกและน้องๆ เยาวชนในชุมชน ก่อให้เกิดการแก้ปัญหาและพัฒนาชุมชนอย่างยิ่งใหญ่
ปี 2544 อาจมีเหตุการณ์ต่างๆ นานาเกิดขึ้นมากมายบนโลกใบนี้
แต่สำหรับที่นี่..ที่บ้านโป่งกระทิงบน ต.บ้านบึง กิ่ง อ.บ้านคา จ.ราชบุรี ได้เกิดมีประกายความหวังอันยิ่งใหญ่ในการกอบกู้ภูมิปัญญาและวิถีชีวิตของชาวกะเหรี่ยงที่กำลังวิกฤต เพราะถูกนายทุนและระบบอุตสาหกรรมกลืนกิน
นั่นก็คือ...การกลับมาของเยาวชนในหมู่บ้านเพียงไม่กี่คนที่มีโอกาสได้ไปเล่าเรียนในระดับมหาวิทยาลัย จนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี เป็นบัณฑิตรุ่นแรกของหมู่บ้าน
พวกเขากลับมาด้วยปณิธานที่แน่วแน่ว่าจะต้องช่วยแก้ปัญหาชุมชนของตนเอง และร่วมพัฒนาความคิด
สร้างแนวทางที่ดีให้กับน้องๆ ในชุมชน
ย้อนหลังกลับไป ถึงที่มา..ว่าทำไมเยาวชนกลุ่มนี้จึงต้องการเข้ามาช่วยแก้ปัญหาและพัฒนาชุมชน คำตอบสั้นๆ ที่ “ไก่” หรือ เกรียงไกร ชีช่วง ประธานกลุ่มฯ บอกมาก็คือ “วิถีชีวิตของชาวกะเหรี่ยงโป่งกะทิงบนกำลังเปลี่ยนไป”
“บ้านโป่งกระทิงบนเคยเป็นแหล่งที่อยู่ของกระทิง เป็นแหล่งล่ากระทิงของพรานป่า เนื่องจากมีโป่งซึ่งกระทิงจะลงมากิน แต่กระทิงตัวสุดท้ายถูกล่าโดยชาวกะเหรี่ยงนี่เอง เขานำไปขายให้พ่อค้าเมื่อหลายสิบปีก่อน จนปัจจุบันนี้ บ้านโป่งกระทิงไม่มีกระทิงให้เห็นอีกเลย” เรื่องราวเล่าขานถึงที่มาของชื่อบ้านโป่งกระทิงบน ที่เป็นเหมือนสิ่งตอกย้ำความเปลี่ยนแปลงของชุมชน
กระทิงหายไป..พร้อมๆ กับการเข้ามาของโรงงานสับปะรด...
ชาวบ้านที่เคยมีอาชีพทำไร่ เลิกทำไร่หมุนเวียน หันไปทำงานรับจ้างในโรงงานสับปะรด ที่ดินที่เคยมีก็ขายให้กับนายทุน เด็กๆ ที่เรียนจบมา พอจะมีความรู้ก็เข้าไปหางานทำในต่างถิ่น ทำให้วิถีการดำเนินชีวิตของชาวบ้านโป่งกระทิงเปลี่ยนแปลงไปสู่รูปแบบของสังคมเมือง
“ชุมชนบ้านโป่งกระทิงบน แม้จะเป็นชุมชนกะเหรี่ยงที่มีความสัมพันธ์กันแน่นแฟ้นแต่ก็กำลังจะเปลี่ยนแปลงไป ทำให้เกิดปัญหาภายในครอบครัว ปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างวัยรุ่นเอง ซึ่งการรวมตัวกันทำกิจกรรมอะไรสักอย่าง น่าจะเป็นทางหนึ่งที่ช่วยลดปัญหาได้” ประธานกลุ่มฯ และแกนนำที่ก่อตั้ง อธิบายถึงแนวคิดที่เขาและเพื่อนๆ อีก 2-3 คน เห็นเหมือนๆ กัน
การรวมตัวกันเพื่อจัดตั้งกลุ่มจึงเกิดขึ้น..
สำนึกรักบ้านเกิด
เยาวชนรุ่นใหญ่แกนนำที่มีทั้งผู้ที่ผ่านการทำกิจกรรมในรั้วมหาวิทยาลัย และผู้ที่ผ่านเรื่องราวมากมายจากมหาวิทยาลัยชีวิต ต่างนำประสบการณ์ที่ได้รับมาปรับประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับน้องๆ เยาวชนในชุมชน เริ่มจากการรวบรวมเยาวชนในหมู่บ้าน จัดตั้งเป็นกลุ่มเยาวชนที่ชัดเจน เพื่อทำกิจกรรมช่วยเหลือชุมชนในงานพิธีต่างๆ ตามวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง
จากนั้นก็ขยับมาเป็นการจัดกิจกรรมของกลุ่มเอง โดยเริ่มจากกิจกรรมที่สมาชิกหรือเยาวชนในชุมชนชื่นชอบ และสมัครใจที่จะทำ เช่น จัดแข่งกีฬา เล่นดนตรีต่อต้านยาเสพติด หรือกิจกรรมการพัฒนาวัด เป็นต้น
“ในปีแรก เรายังไม่มีกิจกรรมที่เน้นเรื่องสิ่งแวดล้อม จนมาจัดกิจกรรม “ท่องป่าเชิงอนุรักษ์กับนักเดินทางวัยมันส์” ขึ้น ทำให้เด็กๆ ได้มีโอกาสพูดคุยเสริมสร้างความสัมพันธ์กัน ได้รู้จักศึกษาและสังเกตการเปลี่ยนแปลงของป่า ดูความเสี่ยงต่อการเกิดไฟไหม้ป่าอะไรต่างๆ เหล่านี้ ทำให้เกิดการตื่นตัวมากในเรื่องของกิจกรรมการอนุรักษ์ป่า” เกรียงไกร เล่าถึงจุดเริ่มต้นที่ทำให้กลุ่มฯ เข้ามาทำกิจกรรมด้านการอนุรักษ์ป่ามากขึ้น และผลการจัดกิจกรรมในครั้งนั้น ทำให้ชุมชน ทั้งเยาวชนและผู้ใหญ่ต่างตื่นตัวในเรื่องภัยจากไฟป่า และการจุดไฟเผาไร่ อันจะนำไปสู่การเกิดไฟป่า
หลังจากการเดินป่าครั้งนั้น ทางกลุ่มฯ จึงได้เริ่มจัดกิจกรรมเข้าสู่โรงเรียน โดยให้สมาชิกที่มีความรู้เรื่องสมุนไพร ซึ่งเป็นหนึ่งในแกนนำก่อตั้งกลุ่มฯ ทำหน้าที่เป็นวิทยากร และประสานเครือข่ายไปยังเด็กมัธยมต้น จัดกิจกรรมให้ความรู้ด้านสมุนไพร จนกระทั่งเกิดกิจกรรมในการอนุรักษ์ป่าที่ชัดเจน อาทิ กิจกรรมการอบรม และศึกษาดูงาน โดยส่งตัวแทนเยาวชนเข้าร่วมอบรมกับหน่วยงานอื่นๆ อาทิ อบรมราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า จ.ราชบุรี ร่วมออกค่ายเยาวชนอนุรักษ์ป่าเทือกเขาตะนาวศรี จ.ราชบุรี ฯลฯ กิจกรรมชุมชน คือ ส่งตัวแทนกลุ่มเป็นวิทยากรหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง สมุนไพรป่า โรงเรียนบ้านโป่งกระทิงบน กิจกรรมอนุรักษ์ป่า เช่น ลาดตระเวนและศึกษาป่าบางกะม่า สำรวจป่า ทำแนวกันไฟ ปลูกป่าและทำแนวกันไฟร่วมกับวัดโป่งกระทิงบน ร่วมพิธีบวชป่าบางกะม่าของชุมชน จัดกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ป่าบางกะม่า
สมาชิกของกลุ่มไม่ได้มีแต่เยาวชนในระบบโรงเรียน แต่คนหนุ่มสาวที่ทำไร่ทำนาก็เข้าร่วมด้วย โดยแบ่งลักษณะของสมาชิกออกเป็น 3 ประเภท คือ
กลุ่มเยาวชนที่อยู่ในโรงเรียน เน้นกีฬาและกิจกรรมสาธารณะ อายุ 16-25 ปี
กลุ่มเยาวชนหญิงที่ทำงานรับจ้าง ช่วยเหลืองานของวัด โดยการปลูกและดูแลป่าไปพร้อมกับทำไร่ข้าวโพด อายุ 15-18 ปี
กลุ่มเยาวชนนอกระบบที่ใช้ชีวิตอยู่ในป่า ทำนา ทำไร่ หาของป่า (นอกระบบ) สมาชิกกลุ่มนี้จะทำหน้าที่เสมือนพลตระเวนคอยสอดส่องดูแลผืนป่า หน้าที่นี้กลมกลืมไปกับภารกิจในไร่ในนา จึงต่างช่วยกันด้วยความเต็มใจ ที่สำคัญ เยาวชนกลุ่มนี้เป็นผู้มีประสบการณ์เรื่องการอยู่กับป่า การพึ่งพาป่า จนสามารถนำมาแลกเปลี่ยนกับสมาชิกอื่นๆ ได้
จุดมุ่งหมายของกลุ่มไม่ได้เน้นแต่เรื่องสิ่งแวดล้อม แต่เป้าหมายสูงสุดคือทำให้ชุมชนเป็นสุข กลุ่มจึงไม่ละเลยกิจกรรมที่มุ่งเน้นการสร้างสรรค์สังคม และพัฒนาตนเองด้วย เช่น จัดการแข่งขันกีฬาเชื่อมความสามัคคี ทำงานศิลปะ/ งานฝีมือจากธรรมชาติ กิจกรรมเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกายของเยาวชน การแสดง / ดนตรี / ฟ้อนรำแบบกะเหรี่ยง กิจกรรมพัฒนาศูนย์วัฒนธรรมกะเหรี่ยง และการฉายภาพยนตร์ให้เยาวชนในกลุ่มชม
นอกจากนี้ ยังยังมีกิจกรรมศึกษา ค้นคว้าหาความรู้ด้านสมุนไพรด้วยตัวเอง ที่ถ่ายทอดความรู้ต่างๆ
จากรุ่นสู่รุ่น โดยมีกลุ่มผู้ใหญ่คอยให้ความช่วยเหลือ และดูแลอยู่ห่างๆ
“ไม่เพียงแต่พวกเราเท่านั้นนะครับที่ได้รับประโยชน์จากการทำกิจกรรมต่างๆ โดยเฉพาะกิจกรรมอนุรักษ์ป่า พวกผู้ใหญ่เขาก็เห็นประโยชน์และสนับสนุน บางคนเลิกล่าสัตว์เราะลูกหลานไปพูดกระตุ้นเตือน บางท่านที่เขามีความรู้เรื่องต้นไม้ สมุนไพร เขาก็มาช่วยบอกช่วยสอนเรา” นายเกรียงไกร กล่าว
เมื่อกลุ่มเยาวชนได้มีการรวมกลุ่มกัน เพื่อทำกิจกรรมร่วมกัน ก่อให้เกิดความสามัคคี การได้ใช้เวลาว่าง
ให้เกิดประโยชน์มากขึ้น สร้างเสริมให้เด็กในกลุ่มมีใจรักถิ่นฐานบ้านเกิด เพราะเมื่อพวกเขาได้เข้าร่วมกลุ่ม ทำให้เด็กๆ รู้สึกว่าเขามีเพื่อน มีสังคม ที่มีลักษณะของพี่ดูแลน้องกันแบบรุ่นต่อรุ่น เด็กๆ จึงเกิดความรู้สึกอบอุ่น แม้จะมีเยาวชนอีกหลายคนที่ต้องไปร่ำเรียนในเมืองหรือต่างถิ่น พวกเขาก็ยังคิดที่จะกลับมาเพื่อนำความรู้ที่ได้มาถ่ายทอดต่อให้กับเด็กๆ รุ่นต่อๆ ไปในหมู่บ้าน ด้วยแนวคิดเป็นต้นแบบของครูชุมชนอย่างแท้จริง
ด้วยสำนึกรักบ้านเกิดของแกนนำเพียงไม่กี่คน ที่ถ่ายทอดไปสู่สมาชิกและน้องๆ เยาวชนในชุมชน ก่อให้เกิดการแก้ปัญหาและพัฒนาชุมชนได้อย่างยิ่งใหญ่
และนี่คือ..พลังที่จะขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอีกครั้งกับชุมชนบ้านโป่งกระทิงบน