ชุมชนตำบลกุดเสลา
การจัดการเชิงภูมิทัศน์ป่า นา และพื้นที่ชุ่มน้ำโดยชุมชน
ชุมชนตำบลกุดเสลา ดูแลรักษา “ป่าโคกทำเล” 720 ไร่ ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นป่าชุมชน บริหารจัดการโดยคณะกรรมการป่า กำหนดกติกาการเก็บหาใช้ประโยชน์ ทำรั้วล้อมป่า จัดชุดลาดตระเวนป้องกัน ผู้ลักลอบตัดไม้ เผาป่า ส่งเสริมและสนับสนุนโรงเรียนจัดกิจกรรมเดินป่า ปลูกฝังเยาวชนหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติ หลังได้รับรางวัลลูกโลกสีเขียว ประเภทชุมชน ได้ยกระดับการอนุรักษ์ป่า โดยสำรวจ ทำแนวเขต และประกาศพื้นที่ป่าที่เป็นป่าช้า ป่าวัฒนธรรม และป่าสุสานเป็นป่าของชุมชนที่มีตั้งแต่ 4 ไร่ ถึง 86 ไร่ ช่วยเพิ่มป่าและพื้นที่สีเขียวรวมกว่า 200 ไร่ ครอบคลุมทุกหมู่บ้าน
ชุมชนริเริ่มดำเนินการรักษาพื้นที่ชุ่มน้ำ ทั้งห้วย หนอง กุด และบึง ที่มีอยู่ในพื้นที่ เน้นการจัดการแบบธรรมชาติเป็นฐาน กำหนดเขตอภัยทานและเขตอนุรักษ์เพื่อสงวนรักษาพันธุ์สัตว์น้ำ ห้ามจับปลาในฤดูวางไข่ พัฒนาบึงระนามเป็นแหล่งอนุรักษ์ปลา สัตว์น้ำ และนกที่มีหลากหลายชนิด รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวและศึกษาเรียนรู้ทางธรรมชาติ
การดำเนินงานด้านอนุรักษ์ของชุมชนขยายจากจัดการป่าโคกทำเล มาสู่การจัดการเชิงภูมิทัศน์ที่เชื่อมโยง (ป่า) โคก
นา และพื้นที่ชุ่มน้ำ ทั้งห้วย หนอง กุด บึง ที่มีความหลากหลายของระบบนิเวศและการใช้ประโยชน์ โดยชุมชนบริหารจัดการบนฐานธรรมชาติ คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ใช้โครงสร้างทางวิศวกรรม หรือโครงสร้างแข็งเท่าที่จำเป็น เช่น การขุดลอกแหล่งน้ำที่ตื้นเขิน โดยคงรักษาพืชน้ำและพืชริมน้ำ เพื่อให้เป็นที่อาศัย หลบภัย และขยายพันธุ์ของสัตว์น้ำ
ทรัพยากรธรรมชาติที่มีความสมบูรณ์นำมาสู่กิจกรรมเศรษฐกิจ ทั้งการหาของป่า เห็ด ผักหวาน หน่อไม้ และการทำประมงพื้นบ้านที่สร้างรายได้เฉลี่ยวันละ 300–500 บาท คิดเป็นมูลค่าราว 19 ล้านบาทต่อปี ต่อยอดแปรรูปอาหาร เช่น ปลาส้ม ปลาร้า การทำจักสาน เช่น ทอเสื่อกก สานสุ่ม ไซ ข้อง ตุ้ม สร้างรายได้ ชุมชนมีน้ำเพียงพอในการใช้อุปโภคบริโภค มีการทำประปาหมู่บ้าน การทำนาปรัง และการปลูกพืชเศรษฐกิจ เช่น กล้วยหอมส่งประเทศญี่ปุ่น เมื่อเกิดเหตุการณ์ต่อสู้ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ได้เป็นที่รองรับชาวบ้านที่อพยพหนีภัยเกือบพันคน สามารถหาปลา เก็บเห็ดเก็บหน่อไม้ ทำอาหารเลี้ยงกันให้รอดปลอดภัย
นอกจากนี้ ชุมชนยังได้รับประโยชน์จากการทำหน้าที่ของป่าและพื้นที่ชุ่มน้ำ ซึ่งเหมือน “ฟองน้ำธรรมชาติ” ช่วยบรรเทาภัยพิบัติ ทั้งน้ำแล้ง หรือน้ำท่วม รวมถึงแหล่งกักเก็บคาร์บอน (Carbon Sink) ลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ที่สำคัญคือ การดำเนินการในการจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำของตำบลกุดเสลา จะช่วยยับยั้งการสูญเสียพื้นที่ชุ่มน้ำ และการล่มสลายของความหลากหลายทางชีวภาพที่เป็นปัญหาในปัจจุบัน
ภูมิหลังของชุมชน
ตำบลกุดเสลา ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ห่างจากแนวชายแดนไทย-กัมพูชา
ประมาณ 40 กิโลเมตร ลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นที่ราบลุ่ม บริเวณโคกเป็นเนินสูง ทุ่งเป็นที่ราบ ลำน้ำสายย่อย ๆ และที่น้ำขัง เช่น หนอง กุด และบึง เกิดเป็นระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำ
ชื่อ “กุดเสลา” มีที่มาจากคำว่า “กุด” ซึ่งหมายถึงแอ่งน้ำธรรมชาติ และ “เสลา” ไม้ยืนต้นท้องถิ่นที่เคยขึ้นหนาแน่นรอบแอ่งน้ำในอดีต สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างภูมิประเทศ พืชพรรณ และวิถีชีวิตของผู้คนที่พึ่งพาธรรมชาติมาอย่างยาวนาน
พื้นที่ป่าขนาดใหญ่ คือ “ป่าชุมชนโคกทำเล” มีเนื้อที่ 720 ไร่ เดิมเรียกว่า “ป่าดงแสตง” เป็นป่าเต็งรังสลับป่าเบญจพรรณ พันธุ์ไม้เด่น ได้แก่ เต็ง รัง และไม้ยืนต้นทนแล้งชนิดต่าง ๆ พื้นที่ป่าแห่งนี้ยังอุดมไปด้วยพืชอาหารตามฤดูกาล และเห็ดป่าหลากหลายชนิด เช่น เห็ดปลวก เห็ดระโงก เห็ดเผาะ และเห็ดผึ้ง ซึ่งเป็นแหล่งอาหารและรายได้สำคัญของชุมชน
นอกจากนี้ยังมี “ป่าน้ำท่วม” ซึ่งเป็นภาษาถิ่นที่หมายถึงพื้นที่ชุ่มน้ำ หรือพื้นที่ซึ่งเป็นพื้นดินถูกปกคลุมด้วยน้ำ ทั้งที่เป็นน้ำนิ่ง หรือน้ำไหล โดยในตำบลกุดเสลามีแหล่งน้ำ ที่เป็นลำห้วย 7 สาย หนองน้ำ 13 แห่ง กุดน้ำ 9 แห่ง และบึงน้ำ 3 แห่ง เป็นแหล่งอาหาร แหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค รวมถึงเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ และนกหลากชนิด ทั้งนกประจำถิ่นและนกอพยพ
ตำบลกุดเสลาแบ่งเขตการปกครองเป็น 16 หมู่บ้าน มีพื้นที่ 76 ตารางกิโลเมตร หรือ 47,500 ไร่ มีประชากร 9,732 คน ประชาชนชาวตำบลกุดเสลาส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพทำนา รองลงมาคือทำไร่มันสำปะหลัง และอาชีพทำสวนยางพารา และเลี้ยงสัตว์เพื่อเป็นรายได้เสริม
ความโดดเด่นของผลงานรางวัลลูกโลกสีเขียวประเภทชุมชน ปี 2562-2563
ชุมชนตำบลกุดเสลาดำเนินการพัฒนาวิธีการ กระบวนการ รูปแบบกลไกและองค์กรชุมชนเพื่อการอนุรักษ์ป่า สอดคล้องกับสถานการณ์ปัญหา นโยบาย และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง สร้างการมีส่วนร่วมกันในการบริหารจัดการ มีผู้นำที่มุ่งมั่น เอาจริงเอาจัง และมีกลยุทธ์ในการทำงาน
นับแต่ปี 2510 ผู้นำและชาวบ้านร่วมกันสงวนและรักษา “ป่าดงแสตง” เพื่อให้เป็นทำเลเลี้ยงสัตว์ของชุมชน ชาวบ้านจะนำสัตว์เลี้ยงมาปล่อยไว้ในป่า ซึ่งยังมีลักษณะเป็นพื้นที่โล่ง มีเพียงไม้ขนาดเล็ก สามารถมองเห็นหลังโคกระบือได้
ต่อมาได้จัดตั้งคณะกรรมการหมู่บ้านอาสาพัฒนาป้องกันตนเอง (อ.พ.ป.) ที่ประกอบด้วยผู้นำและสมาชิกในชุมชน ร่วมกันพัฒนาหมู่บ้าน รวมถึงการอนุรักษ์ป่าและทรัพยากรธรรมชาติ กระทั่งยกระดับเป็น “คณะกรรมการป่าดงแสตง” ในปี 2527-2528 ที่มีหน้าที่และบทบาทการดูแลรักษาป่า
ปี 2542 คณะกรรมการป่าจัดโครงการเพื่อรับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนตำบลกุดเสลา เพื่อทำรั้วล้อมป่า ระยะทาง 2.6 กิโลเมตร พร้อมกับพัฒนาและปรับปรุงถนนดินโดยรอบป่า แสดงพื้นที่และขอบเขตป่ากับที่ทำกิน ป้องกันการบุกรุกของชาวบ้าน นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันสัตว์เลี้ยงออกไปหากินรอบนอก เกิดปัญหาสร้างความเสียหายแก่ผลผลิตเกษตรกร
ปี 2543-2544 ได้ขอจัดตั้งเป็นป่าชุมชน และเปลี่ยนชื่อจากป่าดงแสตงเป็น “ป่าชุมชนโคกทำเล” โดยมีชุมชนรอบป่า
ตั้งแต่จุดเริ่มต้นการดูแลรักษาป่าเพื่อเป็นทำเลเลี้ยงสัตว์ การผลักดันผู้บุกรุก การพัฒนากองทุนบริหารจัดการป่า การจัดตั้งกรรมการป่า การกำหนดขอบเขตป่า และทำแนวกันเขตป่ากับที่ทำกิน สามารถช่วยรักษา ฟื้นฟู และพัฒนาอย่างมีส่วนร่วมโดยชุมชน ทำให้ป่าโคกทำเลเป็นป่าชุมชนที่มีความสมบูรณ์ แสดงให้เห็นคุณค่าเป็นที่ประจักษ์ จนได้รับรางวัลลูกโลกสีเขียว ประเภทชุมชน ครั้งที่ 20 ปี 2562-2563
การเพิ่มพื้นที่สีเขียวครอบคลุมทั้งตำบล
ภายหลังได้รับรางวัลลูกโลกสีเขียวสร้างให้เกิดความตื่นตัวและแรงบันดาลใจในการดูแลรักษาป่า ผู้นำและชาวบ้านแต่ละหมู่บ้านเห็นร่วมกันผ่านการทำประชาคม ในการดำเนินงานอนุรักษ์ เพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าและพื้นที่สีเขียวในตำบลกุดเสลา จึงได้ทำการสำรวจ ทำแนวเขตป่าชุมชน และกำหนดกติกาการใช้ประโยชน์ร่วมกัน
พื้นที่ป่าเหล่านี้ ประกอบด้วย ป่าช้า ป่าวัฒนธรรม ป่าสุสาน และทำเลเลี้ยงสัตว์ ตั้งแต่ 4 ไร่ ถึง 86 ไร่ รวม 243 ไร่ และสามารถทวงคืนป่าพื้นที่ 70 ไร่ จากการบุกรุกจับจอง กลับคืนมาเป็นป่าสาธารณะเพิ่มอีก ไม้เด่นที่พบ เช่น ไม้ยาง ไม้ประดู่ ไม้แดง รวมถึงยังมีไผ่กระจายอยู่จำนวนมาก ส่วนสัตว์ป่าเป็นสัตว์ขนาดเล็ก ได้แก่ กระรอก กระแต กิ้งก่า และนกหลากหลายชนิด
การจัดการป่าน้อยเหล่านี้ช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียว เกิดประโยชน์หลากหลาย ทั้งการเป็นแหล่งอาหารชุมชน การพักผ่อนหย่อนใจ การเลี้ยงสัตว์ ถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า และการอนุรักษ์
การจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำโดยธรรมชาติเป็นฐาน
การจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำของชุมชนตำบลกุดเสลาดำเนินการสอดคล้องกับลักษณะของพื้นที่ เป็นการบริหารจัดการที่ดำเนินการโดยชุมชนอย่างมีส่วนร่วม ภายใต้แนวคิดที่เคารพและเกื้อกูลต่อธรรมชาติ เช่น การอนุรักษ์พืชน้ำและพืชริมน้ำ การกำหนดเขตอนุรักษ์และเขตอภัยทาน การงดจับสัตว์น้ำในฤดูวางไข่ และการห้ามทิ้งขยะหรือสิ่งปฏิกูลลงในแหล่งน้ำ
จุดแข็งการจัดการของชุมชนอยู่ที่การบริหารจัดการบนฐานธรรมชาติ คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การใช้โครงสร้างทางวิศวกรรม หรือโครงสร้างแข็งเท่าที่จำเป็น เช่น การขุดลอกแหล่งน้ำที่ตื้นเขิน โดยคงรักษาพืชน้ำและพืชริมน้ำ เพื่อให้เป็นที่อาศัย หลบภัย และขยายพันธุ์ของสัตว์น้ำ รวมถึงการใช้ประโยชน์ที่ยั่งยืน ไม่ก่อผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม
พื้นที่ชุ่มน้ำที่สำคัญที่สุดคือ “บึงระนาม” มีพื้นที่ประมาณ 1,929 ไร่ เป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ของตำบล ใช้เป็นแหล่งผลิตน้ำประปา และเป็นฐานทรัพยากรอาหาร ชาวบ้านสามารถสร้างรายได้จากการประมงพื้นบ้านเฉลี่ยวันละ 300–500 บาท คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมมากถึงปีละประมาณ 19 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีการต่อยอดสร้างอาชีพและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น เช่น ปลาส้ม ปลาร้า และงานจักสานจากวัสดุธรรมชาติ อาทิ เสื่อ และเครื่องมือจับปลา
ปัจจุบันได้พัฒนาพื้นที่บึงระนามให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและพักผ่อน โดยการปั้นรูปปลาชะโดไว้ที่บึงระนามเพื่อเป็นจุดเช็คอิน และการส่งเสริมการท่องเที่ยวดอกบัวแดงบึงระนามที่จะบานสวยสะพรั่งสีแดงทั่วบึงช่วงเดือนธันวาคมของทุกปี
การพัฒนาความรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และการดำรงวัฒนธรรม
ชุมชนตำบลกุดเสลาเป็นชุมชนเกษตรกรรม ดังนั้นชุมชนมีงานบุญงานประเพณีที่เกี่ยวข้อง และการปฏิบัติที่สัมพันธ์กับวิถีชีวิต ที่สำคัญคือการจัดพิธีเนา จะจัดขึ้นหลังจากสงกรานต์ 7 วัน คำว่า “เนา” ในภาษาถิ่นอีสานหมายถึงการรวมกัน ดังนั้นงานนี้ทุกคนในตำบลจะมาร่วมกันทำบุญ โดยนิมนต์พระไปฉันภัตตาหารซึ่งแต่ละปีจัดงานแตกต่างกัน อาจเป็นที่ป่าโคกทำเล บึงระนาม หรือริมห้วย เพื่อความเป็นสิริมงคล ความสมบูรณ์ และแสดงความเคารพต่อป่า นา น้ำ ที่ได้เกื้อกูลชีวิต
การบริหารจัดการและการใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติในตำบลกุดเสลา ก่อให้เกิดความรู้ที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความหลากหลาย และซับซ้อน ทั้งห้วย หนอง กุด บึง ที่มาของคำเรียกชื่อมีความผูกพันกับวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ การก่อร่างชุมชนที่พึ่งพิงพื้นที่ชุ่มน้ำในการดำรงชีวิต ภูมิปัญญาการจับปลาและสัตว์น้ำ งานช่าง งานประดิษฐ์เครื่องมือทำกิน และเครื่องใช้ต่าง ๆ เช่น เครื่องมือหาปลา เสื่อกก
การบริหารจัดการและการใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำ (ห้วย หนอง กุด บึง) ที่ดำเนินการโดยชุมชน ซึ่งเป็นการใช้ประโยชน์ที่มีความสอดคล้อง กลมกลืน และบำรุงคุณลักษณะทางธรรมชาติในระบบพื้นที่ชุ่มน้ำ เช่น การรักษาพืชน้ำและพืชริมน้ำ การทำเขตอนุรักษ์ เขตอภัยทาน การงดจับปลาในฤดูวางไข่ การห้ามทิ้งขยะ สิ่งปฏิกูลต่าง ๆ ลงในแหล่งน้ำ
การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นศึกษาป่าโคกทำเล สืบทอดของคนรุ่นใหม่
ชุมชนให้ความสำคัญกับการถ่ายทอด ส่งต่อ สร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์แก่เด็กและเยาวชนในตำบล โดยสนับสนุนให้โรงเรียนทั้งระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษา จัดกิจกรรมการเรียนรู้ในพื้นที่ป่า เช่น การสำรวจพืชพรรณและสิ่งมีชีวิตในป่า การเข้าค่ายลูกเสือ ร่วมกิจกรรมปลูกป่า
นอกจากนี้ยังมีการขับเคลื่อนในระดับนโยบาย โดยการผลักดันการจัดการเรียนการสอนและการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นศึกษาป่าโคกทำเล เพื่อการเรียนรู้เรื่องป่า ความหลากหลายทางชีวภาพ ภูมิปัญญาท้องถิ่น การหาอยู่หากิน ผ่านคณะกรรมการบริหารการศึกษาระดับตำบล
การสร้างความยั่งยืนในการบริหารจัดการ
การแต่งตั้งกรรมการป่าชุมชน ประกอบด้วยสมาชิกจาก 7 หมู่บ้านรอบป่า ได้แก่ บ้านนารังกา หมู่ 1 บ้านทุ่งสว่าง หมู่ 6 บ้านหนองรุง หมู่ 7 บ้านชะวาซอ หมู่ 9 บ้านโนนคูณ หมู่ 14 บ้านนารังกาใต้ หมู่ 15 และบ้านโนนพิทักษ์ หมู่ 16 ทำหน้าที่ตามที่กฎหมายป่าชุมชนกำหนด
การกำหนดกฎระเบียบ กติกา และข้อตกลงของชุมชนเพื่อการอนุรักษ์ป่า ซึ่งผ่านการประชาคมและเป็นที่ยอมรับร่วมกัน โดยให้ถือปฏิบัติเคร่งครัด และกำหนดบทลงโทษ
นอกจากนี้ ยังมีการใช้กลไกฝ่ายปกครอง ประกอบด้วยกำนันและผู้ใหญ่บ้านเป็นแกนนำในการดำเนินงาน เกิดการจัดการในรูปแบบทั้งนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ โดยการใช้ไม้นวมในการขอความร่วมมือ การกล่าวตักเตือน การป้องปรามการกระทำที่ละเมิดข้อตกลง กติกาการใช้ประโยชน์ของชุมชน และใช้ไม้แข็ง บังคับใช้กฎหมาย ลงโทษ
ความสำคัญต่อการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
พื้นที่ชุ่มน้ำของตำบลกุดเสลาเป็นพื้นที่ที่มีคุณค่าสูงเพราะชุมชนได้ใช้ประโยชน์ ทั้งทางตรงและ ทางอ้อม แล้วยังเป็นส่วนหนึ่งของการอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำ ซึ่งเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการ จากสถิติทั่วโลก พื้นที่ชุ่มน้ำได้ลดจำนวนลงถึงร้อยละ 35 คิดเป็น 3 เท่าของอัตราการสูญเสียป่าไม้ โดยส่งผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งนับแต่ปี 2513 พบว่า ชนิดของสิ่งมีชีวิตที่อาศัย อยู่ในพื้นที่ชุ่มน้ำ เช่น ปลา กลุ่มนกน้ำ และเต่า เป็นต้น ได้ลดลงถึงร้อยละ 81 สำหรับประเทศไทยพื้นที่ชุ่มน้ำ มีแนวโน้มเสื่อมโทรมลงทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพ โดยเฉพาะพื้นที่ชุ่มน้ำที่เป็นป่าบุ่งป่าทาม นับตั้งแต่ปี 2549 ลดลงมากว่าร้อยละ 90 (สำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, 2562) ดังนั้นการดำเนินการในการจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำของตำบลกุดเสลา จะช่วยยับยั้งการสูญเสียพื้นที่ชุ่มน้ำ การล่มสลายของความหลากหลายทางชีวภาพ และการฟื้นความสามารถและศักยภาพในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
การดำเนินงานด้านการอนุรักษ์ของตำบลกุดเสลา ทั้งดูแลรักษาป่าและพื้นที่ชุ่มน้ำเป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอน (Carbon Sink) ซึ่งต้นไม้ พืชพรรณ ต่าง ๆ และที่ชุ่มน้ำช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นส่วนหนึ่งของการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ
ชุมชนตำบลกุดเสลา
อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ
ประสานงาน : นายปรัชญา ทาทอง
135 หมู่ 6 ตำบลกุดเสลา อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ 33110 โทร. 062 040 6383
ประชากร : รวม 9,732 คน
พื้นที่ดำเนินงาน :
- พื้นที่ป่าชุมชนโคกทำเล 720 ไร่
- พื้นที่ป่าช้า ป่าวัฒนธรรม ป่าสุสาน และทำเลเลี้ยงสัตว์ ที่มีลักษณะเป็นหย่อมป่า รวม 243 ไร่
- พื้นที่บึงระนาม 1,929 ไร่ และแหล่งน้ำต่าง ๆ ในตำบล
ระยะเวลาในการทำงานอนุรักษ์ : ปี 2510 - ปัจจุบัน (รวมเวลา 58 ปี)