1,351

กลุ่มอนุรักษ์แม่น้ำสายบุรี บ้านจะรังตาดง จังหวัดยะลา

สวนดูซง พรุลานควาย ลุ่มน้ำสายบุรี วิถีอนุรักษ์จะรังตาดง


     กลุ่มอนุรักษ์ลุ่มน้ำสายบุรีบ้านจะรังตาดง เป็นชุมชนเก่าแก่ในพื้นที่ตอนกลางแม่น้ำสายบุรี ถิ่น “พรุลานควาย” พรุน้ำจืดขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่กว่า 15,000 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 16 หมู่บ้าน 3 อำเภอ 2 จังหวัด คือ ปัตตานีและยะลา และเป็นบ้านของ “ครูเปาะสู” (นายเปาะสู วาแมดีซา) ผู้นำที่มองการณ์ไกลใช้หลักศาสนาอิสลามในการสร้างงานอนุรักษ์ รื้อฟื้นวัฒนธรรมลังกาสุกะในเรื่องสวนดูซง จัดการแหล่งน้ำธรรมชาติ เมื่อรัฐมีโครงการพัฒนาลุ่มน้ำสายบุรีตอนล่าง (โครงการสร้างเขื่อนสายบุรี) โดยไม่ได้เปิดเผยการศึกษาผลกระทบให้ชุมชนได้รับรู้ ชุมชนเคลื่อนไหวหาทางออกโดยจัด “สภาซูรอ” เพื่อการตั้งรับ แสวงหาความรู้เรื่องการจัดการป่าพรุ ในที่สุดคณะรัฐมนตรีมีมติในปี 2540 ให้ยกเลิกโครงการเขื่อนสายบุรี ชุมชนจึงหันมาสร้างความเข้มแข็ง ดำรงชีวิตตามหลักความพอเพียง ขยายไปยังชุมชนรอบๆ พรุในการร่วมกันอนุรักษ์พรุ ใน 2 ตำบลของ อ.รามัน จ.ยะลา และ 2 ตำบลของ อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี ภายหลังการได้รับรางวัลลูกโลกสีเขียวประเภทชุมชน ปี 2557 มีการจัดทำเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลา ปลูกต้นไม้ฟื้นฟูในพื้นที่ป่าพรุ จัดทำวังปลาในแม่น้ำสายบุรี ชุมชนตื่นตัวเรื่องการอนุรักษ์มากขึ้น และพื้นที่กลายเป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งทำงานวิจัยของนักศึกษา มหาวิทยาลัย
ในท้องถิ่น

 

ความโดดเด่นของผลงานช่วงรางวัลลูกโลกสีเขียว ประเภทชุมชน ปี 2557

     กลุ่มอนุรักษ์แม่น้ำสายบุรีบ้านจะรังตาดงเป็นกลุ่มที่ตั้งอยู่ในชุมชนเก่าแก่พื้นที่ตอนกลางแม่น้ำสายบุรี ถิ่น “พรุลานควาย” พรุน้ำจืดขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่กว่า 15,000 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 14 หมู่บ้าน 3 อำเภอ 2 จังหวัด คือ จังหวัดปัตตานีและยะลา ที่มีความสำคัญยิ่งในภาคใต้ตอนล่าง ลือเลื่องด้านความหลากหลายทางชีวภาพ และเป็นบ้านของ “ครูเปาะสู” หรือ นายเปาะสู วาแมดีซา ผู้นำที่ภาครัฐตีตราว่าเป็นกบฏแบ่งแยกดินแดนในยุคที่สังคมไทยอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งของอุดมการณ์การเมือง แต่เป็น “นักพัฒนา” ในสายตาชาวบ้าน

     ปี 2535 เกิดโครงการใหญ่ที่ส่งผลกระทบมหาศาลหากมีการสร้างโดยขาดการศึกษาผลกระทบ นั่นคือ โครงการพัฒนาลุ่มน้ำสายบุรีตอนล่าง หรือโครงการสร้างเขื่อนสายบุรี ชุมชนได้ร่วมต่อสู้การคัดค้านเขื่อนสายบุรี แนวทางการรวบรวมองค์ความรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่น เริ่มจากการเดินทางหามิตร ซึ่งเป็นชุมชนที่ร่วมทุกข์ในโครงการสร้างเขื่อน เกิดกัลยาณมิตรจากใกล้-ไกล ก่อตัวรวมเป็นองค์กรภาคประชาชนชื่อ “เครือข่ายองค์กรชาวบ้านพิทักษ์ลุ่มน้ำสายบุรี” ขับเคลื่อนด้วยการประท้วงอย่างสงบหน้าศาลากลางจังหวัดยะลาในปี 2539 และในปี 2540 เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในสมัชชาคนจน ที่เคลื่อนไหวประท้วงถึง 99 วัน โดยข้อเรียกร้องหนึ่งคือ ให้รัฐบาลยุติโครงการสร้างเขื่อนสายบุรี (มติคณะรัฐมนตรีในปี 2540 ให้ยกเลิกโครงการเขื่อนสายบุรี แต่ปัจจุบัน ชุมชนยังเผชิญกับโครงการขุดลอกพรุลานควายจากหน่วยงานภาครัฐหลายแห่ง)

     ชุมชนบ้านจะรังตาดงหันมาสร้างชุมชนเข้มแข็ง ด้วยการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ผนวกภูมิปัญญาและวัฒนธรรมลังกาสุกะ-สวนดูซงริมแม่น้ำสายบุรี ที่มีทั้งเป็นส่วนตัวและระบบครอบครัว เพื่อเป็นหลักประกันความมั่นคงทางอาหาร รักษา
อัตลักษณ์วิถีชุมชน

     ก่อตั้ง “กลุ่มยุววิจัย” เพื่อให้กลุ่มเยาวชนได้ศึกษาชีวิตผ่านฐานทรัพยากรชุมชน และมีผลงานวิจัยการศึกษาเรื่องปลาในชุมชนบ้านจะรังตาดง จัดทำวังปลาในแม่น้ำสายบุรี

 

การปรับเปลี่ยนหลังจากได้รับรางวัลลูกโลกสีเขียว ประเภทชุมชน ปี 2557

     ชุมชนยังคงอนุรักษ์พื้นที่พรุลานควาย โดยได้มีการขยายไปยังชุมชนรอบพรุในการร่วมกันอนุรักษ์ใน 2 ตำบลของ อ.รามัน จ.ยะลา และ 2 ตำบลของ อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี มีการจัดทำเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลา โดยใช้กิ่งไม้เป็นที่วางไข่ของสัตว์น้ำ เช่น ปลาชะโด ยี่สก ตะเพียรแดง เป็นต้น

     ปี 2562 ร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ปลูกต้นไม้ในพื้นที่ป่าพรุที่ผ่านการขุดลอกมาอย่างยาวนาน โดยปลูกไม้ท้องถิ่น เช่น จิก เสม็ดแดง จำนวน 200 ต้น ในพื้นที่ประมาณ 4 ไร่ ชุมชนจำนวน 20 คน และ 30 คน ยังคงจัดทำสวนดูซงและสวนผสมผสานตามลำดับ

     ปี 2559 นักศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ลงพื้นที่เก็บข้อมูลงานวิจัยสวนดูซงและสวนผสมผสาน โดยมีชาวบ้านจะรังตาดงเป็นผู้ให้ข้อมูล พร้อมร่วมเป็นคณะวิจัยไปด้วย

     ปี 2564 การเดินสำรวจพื้นที่วางไข่ของปลารอบพื้นที่พรุลานควาย ร่วมกับชุมชนรอบพรุ โดยทางกลุ่มฯ ได้ไปพูดคุยแลกเปลี่ยน และชักชวนพื้นที่อื่นๆ รอบพรุใน 4 ตำบล 2 อำเภอ 2 จังหวัด จนเกิดเวทีการฟื้นฟูพรุลานควาย เช่น ปลูกไม้ในพื้นที่พรุ และจัดทำซั้งเพื่อเป็นที่วางไข่ของสัตว์น้ำ เป็นต้น

     จัดทำวังปลาเพิ่มขึ้น มีการพูดคุยกับชาวบ้านถึงการอนุรักษ์วังปลาเพื่อให้ปลาในแม่น้ำสายบุรีเพิ่มมากขึ้น และเว้นไม้ริมแม่น้ำสายบุรีไว้เพื่อป้องกันตลิ่งพัง และลูกของต้นไม้ เช่น จิก กระท่อมน้ำ (ปลายี่สกชอบกิน) ไว้เป็นอาหารของปลา

     จัดตั้งกลุ่มเยาวชนปลูกผักปลอดสารพิษ สมาชิก 6 คน พื้นที่ 4 ไร่ โดยปลูกพืช ข้าวโพดฝักอ่อน พริกขี้หนู ถั่วลิสง ข้าวโพด มันสำปะหลังเนื้อสีเหลือง มันสำปะหลังเนื้อสีขาว

     หลังได้รับรางวัลทำให้คนในชุมชนและโรงเรียนให้ความสนใจเรื่องการอนุรักษ์มากขึ้น มีการขยายผลของแกนนำจากรุ่นที่ 2 ไปสู่รุ่นที่ 3 โดยการปฏิบัติให้เห็นและเป็นต้นแบบให้คนอื่นได้ทำตามและจากรุ่นที่ 3 ไปสู่รุ่นที่ 4 ในเรื่องจิตสำนึกให้กับเด็กๆ และกลุ่มสตรีเข้ามามีบทบาทมากขึ้น

     แม้จะอยู่ในพื้นที่ความมั่นคงแต่ทางกลุ่มฯพยายามทำงานอนุรักษ์แม่น้ำสายบุรี พรุลานควาย และสวนดูซงอย่างไม่เคยย่อท้อด้วยความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่อง

 


 

กลุ่มอนุรักษ์แม่น้ำสายบุรีบ้านจะรังตาดง

หมู่ 2 ต.ท่าธง อ.รามัน จ.ยะลา
ประสานงาน : นายอานูวา แก่ (ผู้ประสานงานกลุ่มฯ) 
85 หมู่ 2 ต.ท่าธง อ.รามัน จ.ยะลา 95140 
โทรศัพท์ : 08 2823 7852

ประชากร 
448 ครัวเรือน จำนวน 2,045 คน

พื้นที่ดำเนินงาน 
วังปลาแม่น้ำสายบุรีบริเวณบ้านจะรังตาดง
พื้นที่ประมาณ 10 ไร่ พรุลานควายครอบคลุม 
14 หมู่บ้าน 3 อำเภอ 2 จังหวัด คือ อ.ทุ่งยางแดง
อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี และ อ.รามัน จ.ยะลา 
มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 15,000 ไร่ 
และสวนดูซงริมแม่น้ำสายบุรี และสวนดูซงริมพรุ 
ทั้งสองแบบมีประมาณ 15 แปลง รวม 200 ไร่ 
พื้นที่ทั้งหมดนี้มีคนในตระกูลต่างๆ เป็นเจ้าของ

ระยะเวลาในการทำงานอนุรักษ์
ปี 2534 - 2565

 

สรุปความก้าวหน้าหลังจากได้รับรางวัลในปี 2557

ระบบนิเวศ

  • การอนุรักษ์พรุลานควาย การทำวังปลาในแม่น้ำสายบุรี การอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำ การอนุรักษ์ป่าริมน้ำสำหรับการขึ้นวางไข่ของปลาหลายชนิด การทำบ้านปลาในพรุลานควายและแม่น้ำสายบุรี เพื่อเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน การปลูกป่าในพื้นที่พรุลานควาย มีปลาเพิ่มขึ้นทั้งในแม่น้ำและในพรุ 

การบริหารและจัดการ

  • งานวิจัยในพื้นที่ที่ใช้พื้นที่ชุมชน เป็นพื้นที่ทำงานจริงของหลายสถาบันการศึกษา องค์กรอิสระและคืนข้อมูลกับชุมชน 
  • การปลูกป่าในเขตน้ำตื้นในพื้นที่พรุลานควายเพื่อเพิ่มความสมบูรณ์ระบบนิเวศพรุในระยะยาวและแกนนำ ยังเห็นความสำคัญในการร่วมมือกับเครือข่ายเพื่อร่วมปกป้องแม่น้ำสายบุรีและพรุลานควาย
  • การได้รับรางวัลลูกโลกสีเขียว ประเภทชุมชน ปี 2557 ส่งผลต่อพื้นที่ทำให้ดึงดูดคนในชุมชนหันมาสนใจงานอนุรักษ์มากขึ้น ทั้งในพื้นที่พรุลานควาย แม่น้ำสายบุรี และสวนดูซง เกิดความเข้าใจในคำว่าอนุรักษ์จนสามารถสร้างคนรุ่นที่ 3 และรุ่นที่ 4
  • ขยายไปยังชุมชนรอบพื้นที่พรุของ 4 ตำบล 2 อำเภอ 2 จังหวัด ร่วมกันฟื้นฟูพรุลานควาย
  • เป็นกระบวนการทำงานแนวนิเวศวิทยาเชิงจิตวิญญาณ (Spiritual Ecology) เล่าเรื่องเปรียบเทียบอดีต-ปัจจุบัน ให้เห็นแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงในวงน้ำชาทุกวัน จนคนฟังอยากเปลี่ยนปัจจุบันให้กลับไปเหมือนอดีตที่มีความสุข

สังคมและชุมชน

  • เป็นชุมชนเก่าแก่พื้นที่รับน้ำของลุ่มน้ำสายบุรี มีภูมิปัญญาและภูมิวัฒนธรรมที่สอดคล้องกับภูมินิเวศ ชุมชนมีความเชื่อและศรัทธาในศาสนามาก สื่อสารและเรียนรู้ทุกเรื่องผ่านวงน้ำชาเป็นหลัก ชุมชนใช้ศรัทธา ปัญญา ความเชื่อ ทำให้เกิดกระบวนการมีส่วนร่วมแบบธรรมชาติ
  • ถ่ายทอดความรู้เรื่องการใช้ประโยชน์ในพื้นที่พรุพันธุ์ปลาในแม่น้ำสายบุรี สวนสมรม ไปสู่สมาชิกในชุมชน โรงเรียน
  • มีความร่วมมือของโรงเรียน เครือข่ายรอบๆ ป่าพรุ องค์กรบริหารส่วนท้องถิ่น ในการสนับสนุนการทำงานของกลุ่มฯ
  • มีการขยายผลของแกนนำจากรุ่นที่ 2 ไปสู่รุ่นที่ 3 โดยการปฏิบัติให้เห็นและเป็นต้นแบบให้คนอื่นได้ทำตาม จากรุ่นที่ 3 ไปสู่รุ่นที่ 4 ในเรื่องจิตสำนึกให้กับเด็กๆ และกลุ่มสตรีเข้ามามีบทบาทมากขึ้น
  • มีผู้นำที่มีความเข้มแข็งและแก้ปัญหาได้อย่างทะลุ โดยมีเป้าหมายชัดเจนในการทำให้ชุมชนมีจิตใจอนุรักษ์ มีเศรษฐกิจพอเพียงและสังคมเป็นสุข มีการกระจายอำนาจไปสู่ทุกกลุ่ม

1,351