826

ชุมชนบ้านไสใหญ่ (คน ผึ้ง ป่า) จังหวัดตรัง

รักษาผืนป่าที่ราบต่ำทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐเพื่อเป็นแหล่งอาหารและน้ำของ


ชุมชนบ้านไสใหญ่ ฟื้น “ป่าไส” ซึ่งเป็นป่าดิบชื้นในที่ราบต่ำ ถิ่นอาศัยของนกแต้วแล้วท้องดำ และค่างแว่นถิ่นใต้ พื้นที่กว่า 15,000 ไร่ ในเขตห้ามล่าและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม ออป.อ่าวตง ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าไส-ป่าแก่ โดยได้ขึ้นทะเบียนเป็นป่าชุมชนพื้นที่กว่า 900 ไร่ กับกรมป่าไม้ จัดทำแผนที่ขอบเขตการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ต่าง ๆ เช่น ป่าอนุรักษ์ พื้นที่ใช้สอย และพื้นที่ทำกิน ทำให้สามารถปลูกพืชที่กินได้ในพื้นที่ป่า การเลี้ยงผึ้งของคนในชุมชนเป็นเครื่องมือการอนุรักษ์ เพราะสามารถลดการใช้สารเคมีในชุมชนได้ประมาณ 95 เปอร์เซ็นต์ และยังต้องรักษาป่าที่เป็นแหล่งอาหารของผึ้ง  บริหารจัดการชุมชนด้วย “ธรรมนูญหมู่บ้าน” ซึ่งเป็นแม่บทในการดำรงอยู่ร่วมกันและการพัฒนาชุมชน จากการดูแลป่าให้เป็นแหล่งน้ำของชุมชนใน 5 ตำบลของอำเภอวังวิเศษ รวมถึงสร้างคนรุ่นใหม่มารับช่วงต่อ เป็นชุมชนที่มีศักยภาพในการดูแลป่าผืนใหญ่และสามารถประสานความร่วมมือกับภาครัฐเป็นเนื้อเดียวกัน ขยายเครือข่ายป่าออกไปอีก 3 ชุมชน และกำลังขยายไปสู่เครือข่ายป่าชุมชนทั้งตำบล


ภูมิหลังของชุมชน

บ้านไสใหญ่เป็นชุมชนที่ย้ายถิ่นฐานมาจากอำเภอนาโยง จังหวัดตรัง เข้ามาจับจองที่ทำกินราวปี พ.ศ. 2518 ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) เข้ามาใช้พื้นที่ป่าบริเวณชุมชนเป็นฐานที่มั่นในการต่อสู้ ชาวบ้านจึงพากันหนีอันตรายออกจากหมู่บ้าน ทิ้งที่ทำกินบริเวณกว้าง ไว้จนเป็น “ป่าไส” ซึ่งเป็นภาษาถิ่นใต้หมายถึง ป่าที่มีการถางทำไร่มาแล้ว และปล่อยทิ้งไว้จนมีไม้รุ่นใหม่เกิดขึ้น ส่วนมากเป็นไม้เนื้ออ่อน เป็นที่มาของคำว่า “บ้านไสใหญ่” ต่อมาได้มีชาวบ้านจากจังหวัดกระบี่ และจังหวัดนครศรีธรรมราช ย้ายมาสมทบ

บ้านไสใหญ่มีภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นพื้นราบ และมีแนวเขาบริเวณด้านทิศตะวันตก  บริเวณพื้นราบประชากรของหมู่บ้านประกอบอาชีพด้านการเกษตร เช่น การปลูกยางพารา ปาล์มน้ำมัน พืชผัก และปศุสัตว์  พื้นที่ทางด้านทิศตะวันตกเป็นแนวเขา สันเขาเป็นเส้นแบ่งเขตระหว่างอำเภอลำทับ จังหวัดกระบี่ กับ บ้านไสใหญ่ ตำบลอ่าวตง อำเภอวังวิเศษ จังหวัดตรัง

            ชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร ทำสวนยางพารา สวนปาล์ม และปลูกผักไว้กินเองรอบๆ บ้าน มีความเชื่อและนับถือในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่บรรพบุรุษของชุมชนเคยเคารพ เช่น ทวดเขาโต๊ะดำ ทวดเสือ ด้วยความเชื่อและความศรัทธา และทำพิธีบูชาประจำทุกปี ในวันขึ้น 8 ค่ำของเดือน 6 ทุกปี

 

ความโดดเด่นของผลงานรางวัลลูกโลกสีเขียว ประเภทชุมชน ปี 2552

บ้านไสใหญ่เป็นชุมชนนักสู้ที่เคยเป็นฐานที่มั่นของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ต้องเผชิญกับการบุกรุกแผ้วถางเพื่อทำกิน จนเกิดความเสื่อมโทรม นำมาสู่การฟื้นฟูและการอนุรักษ์ “ป่าไส” ให้เป็นป่าสมบูรณ์ ช่วยรักษาป่าที่ราบต่ำที่อาศัยของสัตว์ท้องถิ่นหายากและใกล้สูญพันธุ์ คือนกแต้วแล้วท้องดำ และค่างแว่นถิ่นใต้ การเฝ้าระวังและป้องกันการบุกรุกป่าร่วมกันทำงานกับเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่าร้อยชั้นพันวัง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ – บางคราม การปลูกป่าเพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าเป็นประจำทุกปี รวมถึงกิจกรรมสร้างจิตสำนึกการอนุรักษ์ในกลุ่มเยาวชน  มีการนำอาชีพการเลี้ยงผึ้งมาเป็นเครื่องมือในการอนุรักษ์ เนื่องจากการเลี้ยงตามธรรมชาติต้องรักษาป่าซึ่งเป็นแหล่งอาหาร และต้องลดการใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายต่อผึ้ง ส่งผลดีต่อทั้งสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจชุมชน เกิดเป็นกลุ่มอาชีพเลี้ยงผึ้งและแปรรูปผลิตภัณฑ์จากน้ำผึ้ง

 

การปรับเปลี่ยนหลังจากได้รับรางวัลลูกโลกสีเขียว ประเภทชุมชน ปี 2552

ชุมชนดูแลและอนุรักษ์พื้นที่ป่า 15,547 ไร่ 63 ตารางวา ในเขตห้ามล่าเขาประ-บางคราม ประมาณ 2,600 ไร่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม ประมาณ 9,000 ไร่  อุตสาหกรรมป่าไม้อ่าวตง ประมาณ 3,000 ไร่ (พื้นที่ของ ออป. เป็นเขต สปก. ซึ่งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม และเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าไส-ป่าแก่) และพื้นที่ป่าชุมชนที่ขึ้นทะเบียนกรมป่าไม้ ปี พ.ศ. 2561 พื้นที่ 947 ไร่  63 ตารางวา ในป่าสงวนแห่งชาติป่าไส-ป่าแก่ พื้นที่ป่าเป็นเทือกเขาหินปูน มีที่ราบระหว่างหุบเขา และที่ราบบนภูเขา เป็นป่าที่ราบต่ำที่มีความสูงระหว่าง 140 - 160 เมตรจากระดับน้ำทะเล พันธุ์ไม้เด่น เช่น ยางยูง ยางมันหมู ตะเคียนทอง ตะเคียนหิน ตะเคียนทราย กระบาก ตะเคียนสามพอน ตะเคียนหมี เคี่ยม หลุมพอ ทองผึ้ง อินทนิลน้ำ นากบุตร กระท้อนป่า ตองจิง เสียดช่อ หว้า ไทร กระเพลาพระ เนียง ตีนนก จำปาป่า และตะแบก บริเวณพื้นล่างของป่านั้นจะแน่นทึบด้วยพืชพวกหวายต่างๆ เช่น หวายขี้เสี้ยน หวายกำพวน หวายขี้ไก่ ระกำ พรรณไม้จำพวกข่า หลาวชะโอน และลูกไม้กล้าไม้ ของเรือนยอดชั้นบน และเรือนยอดชั้นรอง ในป่ายังมีไผ่หลายชนิด เช่น ไผ่ลำลอก ไผ่คายดำ ไผ่ป่า ไผ่รวก และไผ่ผาก เป็นต้น

ส่วนป่ารุ่นที่สองมีพันธุ์ไม้ที่พบ เช่น แต้ว ส้านใบเล็ก เพกา อีดบง ต้นไอ้กล้อง เหยื่อจง และพันธุ์ไม้ป่าพรุมักมีรากแก้วสั้น รากด้านข้างแผ่กว้าง และมีพูพอน บางชนิดมีรากค้ำยัน บริเวณนี้ได้แก่ สะเตียว ทุ่งฟ้า ชมพู่น้ำ อ้ายบ่าว หว้าหิน พ้อ หลาวชะโอน หลุมพี เป็นต้น ส่วนสัตว์ป่า เช่น หมูป่า เสือลายเมฆ เสือไฟ เก้ง กระจกเล็ก อีเห็นหน้าขาว หมาไน หมีหมาหรือหมีคน นากเล็บสั้น ค่างดำ ค่างแว่นถิ่นใต้ ลิงกัง ลิงเสน กระรอกสามสี และนกแต้วแล้วท้องดำ เป็นต้น

การปลูกป่าเพิ่มในพื้นที่ป่า ประมาณ 5,000 ต้น ได้แก่ หลุมพอ ยางนา มะฮอกกานี พะยอมทอง หว้า เสียดช่อ ตะเคียนราก เหรียง มะม่วงหิมพานพ์  จิกเสียด เป็นต้น โดยปลูกร่วมกับบ้านภูผา หมู่ 9 ต.ลำทับ อ.ลำทับ จ.กระบี่ ที่เป็นเครือข่ายป่า จ.กระบี่ รวมถึงปลูกสมุนไพรในพื้นที่ป่าชุมชนบ้านไสใหญ่ จำนวน 5 ชนิด คือ ขมิ้นชัน ไพล กระชายดำ กระชายขาว และขิงการสร้างฝายชะลอน้ำไม้ไผ่ ใช้งบประมาณ 100,000 บาท โดยชาวบ้านจะเป็นคนสร้างฝายใช้เวลา 1 เดือน ร่วมกับ ธกส. ชาวบ้าน พัฒนากรชุมชน อำเภอวังวิเศษ และนักโทษเรือนจำ

การลาดตระเวนป่าในพื้นที่ป่าชุมชนร่วมกับชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ) เจ้าหน้าที่องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (ออป.) เป็นประจำทุกเดือน เพื่อป้องกันการบุกรุกป่าจับจองเป็นที่ทำกินของคนนอกชุมชน เนื่องจากอยู่ในพื้นที่รอยต่อ 2 จังหวัด คือ ตรังและกระบี่ และมีการลาดตระเวนพื้นที่ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาประ-บางคราม ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทั้งสองเขตฯ โดยการออกลาดตระเวนแต่ละครั้งได้แจ้งให้กับทางอำเภอทราบทุกครั้ง

การใช้ธรรมนูญหมู่บ้าน ซึ่งเป็นกฎกติกาเพื่อความเรียบร้อยในหมู่บ้านและการดูแลสิ่งแวดล้อมในชุมชน หากใครพบเห็นการกระทำผิดเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม เช่น การทำลายป่าต้นน้ำลำธาร วางยาเบื่อปลาในแม่น้ำลำคลอง การช็อตปลา ให้แจ้งผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และคณะกรรมการหมู่บ้านทราบ

การสร้างความร่วมมือของคนในชุมชนทั้งผู้หญิง ผู้ชาย ท้องถิ่น ท้องที่ เขตห้ามล่าสัตว์ป่า และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม อบต. อำเภอ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ในการอนุรักษ์พื้นที่ป่า รวมถึงขยายเครือข่ายป่าชุมชนร่วมกับเครือข่ายโคกหนองนา 3 หมู่บ้านในตำบลอ่าวตง และมีการประชุมเรื่องป่าชุมชนทั้ง 15 หมู่บ้านในตำบล อีกทั้งขยายเครือข่ายการเลี้ยงผึ้งไปยัง อ.เมือง   อ.สิเกา อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ต.เกาะกลาง อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ อ.บางขัน จ.นครศรีธรรมราช

การรณรงค์ลดการใช้สารเคมีในชุมชน ซึ่งเป็นอันตรายต่อผึ้งที่เลี้ยง สามารถลดการใช้สารเคมีในชุมชนเพิ่มขึ้นเป็น 95 เปอร์เซ็นต์ การทำเกษตรตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงปรับจากเกษตรเชิงเดี่ยวเป็นเกษตรผสมผสาน และเลี้ยงสัตว์ ปลูกผักบริเวณรอบ ๆ บ้าน จำนวน 90 ครอบครัว จนชุมชนได้รับรางวัลศูนย์ผู้นำจิตอาสาพัฒนาชุมชนดีเด่น ได้เป็นแหล่งเรียนรู้และแบ่งปันกล้าไม้ และพันธุ์ผักจนขยายไปสู่ 14 ชุมชน ของตำบลอ่าวตง

การใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติได้สร้างเศรษฐกิจให้แก่ชุมชน โดยการเลี้ยงผึ้ง สร้างรายได้ต่อครัวเรือน 78,880 บาทต่อปี คิดเป็นมูลค่าทั้งกลุ่ม 3,549,600 บาทต่อปี และยังมีรายได้จากการหาของป่าได้แก่ ตัดไม้ไผ่ขายเพื่อทำเฟอร์นิเจอร์  สานเสื่อคลุ้ม  น้ำผึ้งรวง หาหวายเพื่อทำไม้กวาดใช้เอง หอยโล่ กบ กบนา   สะตอป่า  ดอกไม้กวาด  เป็นรายได้อีกหลายหมื่นบาทต่อปี

 

ชุมชนบ้านไสใหญ่ (คน ผึ้ง ป่า)

หมู่ 7 ต.อ่าวตง อ.วังวิเศษ จ.ตรัง

ประสานงาน : นายอาคม ครชาตรี (ผู้ใหญ่บ้าน)

15 ม.7 ต.อ่าวตง อ.วังวิเศษ จ.ตรัง 92220 โทร. 094 709 7893

ประชากร : 192 ครัวเรือน จำนวน 763 คน นับถือศาสนาพุทธ อาชีพ ปลูกยางพารา ปาล์มน้ำมัน ปลูกผัก และปศุสัตว์

พื้นที่ดำเนินงาน :

บ้านไสใหญ่มีพื้นที่ป่าที่ราบต่ำ พื้นที่ประมาณ 15,547 ไร่ 63 ตารางวา ตั้งในหลายเขตพื้นที่ ได้แก่ เขตห้ามล่าเขาประ-บางคราม เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม  และอุตสาหกรรมป่าไม้อ่าวตง โดยมีพื้นที่ป่าชุมชนที่ขึ้นทะเบียนกรมป่าไม้ ปี 2561 พื้นที่ จำนวน 947 ไร่  63 ตารางวา ในป่าสงวนแห่งชาติป่าไส-ป่าแก่ พื้นที่ป่าเป็นเทือกเขาหินปูนมีที่ราบระหว่างหุบเขาและที่ราบบนภูเขา

ระยะเวลาในการทำงานอนุรักษ์ : ปี พ.ศ. 2552 - ปัจจุบัน (รวม 14 ปี)


826