ชุมชนตะโหมด จังหวัดพัทลุง
แบบอย่างของการทำงานภาคประชาสังคมผ่านสภาลานวัดตะโหมด
ชุมชนตะโหมดเป็นชุมชนเก่าแก่ในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา มีทั้งไทยพุทธและมุสลิมอยู่ร่วมกัน ชุมชนเผชิญกับปัญหานับแต่การที่รัฐเปิดสัมปทานป่า การเปลี่ยนวิถีจากทำนามาทำสวนยางพารา การบุกรุกป่าเพื่อขยายพื้นที่เพาะปลูก วาตภัยครั้งร้ายแรงในเหตุการณ์เดียวกับที่แหลมตะลุมพุก ทำให้ชุมชนหลอมรวมและผลักดันให้การรวมกลุ่มและจัดตั้ง “สภาลานวัดตะโหมด” ในปี 2539 เพื่อใช้วัดตะโหมดทำกิจกรรมร่วมกันของชาวบ้าน เป็นเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น หาแนวทางการแก้ไขปัญหา มีการจัดตั้งป่าชุมชนเขาหัวช้าง พื้นที่รวม 2,032 ไร่ 65 ตารางวา รณรงค์ให้ชาวบ้านปลูกพืชร่วมยางพารา ลดการใช้สารเคมีในการทำเกษตร อนุรักษ์ต้นไม้รอบขอบคลอง 4 คลอง 18 ห้วย รณรงค์การปลูกและอนุรักษ์ต้นไม้ริมน้ำเพื่อป้องกันหน้าดินพังทลาย การทำเกษตรอินทรีย์ สร้างธนาคารน้ำที่เป็นรูปแบบของชุมชน รื้อฟื้นวัฒนธรรม ประเพณี และความเชื่อถือในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สร้างหลักสูตรท้องถิ่นและโรงเรียนชาวนา เพื่อสร้างคนรุ่นใหม่ที่มีความเข้าใจในงานอนุรักษ์
ความโดดเด่นของผลงานช่วงรางวัลลูกโลกสีเขียว ประเภทชุมชน ปี 2558 – 2559
ชุมชนตะโหมดเป็นชุมชนเก่าแก่ในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา มีทั้งไทยพุทธและมุสลิมอยู่ร่วมกัน ครอบคลุมพื้นที่ 2 ตำบล คือ ต.ตะโหมด และ ต.คลองใหญ่ มีแหล่งต้นน้ำคลอง 4 คลอง 18 ห้วย ซึ่งจะไหลจากต้นน้ำไปออกทะเลสาบสงขลาผ่าน 3 อำเภอ คือ อ.ตะโหมด อ.บางแก้ว และ อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง
ชุมชนต้องเผชิญกับปัญหาหลายระลอก นับแต่การที่รัฐเปิดสัมปทานป่าที่ส่งผลกระทบต่อความอุดมสมบูรณ์และระบบนิเวศลุ่มแม่น้ำ การเปลี่ยนวิถี
การผลิตจากทำนามาเป็นทำสวนยางพารา การบุกรุกป่าเพื่อขยายพื้นที่เพาะปลูกจากคนทั้งในและนอกหมู่บ้าน กระทั่งประสบกับวาตภัยครั้งร้ายแรงในเหตุการณ์เดียวกับที่แหลมตะลุมพุก จากปัญหาดังกล่าวได้หลอมรวมและสร้างความเข้มแข็งให้คนและชุมชนผลักดันให้การรวมกลุ่มและจัดตั้ง “สภาลานวัดตะโหมด” ในปี 2539 โดยใช้วัดตะโหมดทำกิจกรรมร่วมกันของชาวบ้าน เป็นเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น หาแนวทางการแก้ไขปัญหา พัฒนาและฟื้นฟูทรัพยากรในชุมชน โดยกฎระเบียบและแผนงานที่ปฏิบัติได้จริง มีการจัดตั้งป่าชุมชนเขาหัวช้าง พื้นที่รวม 2,032 ไร่ 65 ตารางวา เป็นแหล่งต้นน้ำสำคัญทำให้คนตะโหมดมีน้ำใช้ตลอดปี หรือการรณรงค์ให้ชาวบ้านปลูกพืชร่วมกับยางพารา ลดการใช้สารเคมีในการทำเกษตร รวมถึงการเจรจาขอคืนพื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุกได้กว่า 500 ไร่ รณรงค์อนุรักษ์ต้นไม้รอบขอบคลอง 4 คลอง 18 ห้วย เพื่อที่จะกันเป็นพื้นที่ Buffer Zone ริเริ่มการปลูกต้นไม้ร่วมกับยางพาราและจัดสรรพื้นที่ว่างรอบอ่างใช้ปลูกผักอินทรีย์ และรณรงค์การปลูกต้นไม้ริมน้ำเพื่อป้องกันหน้าดินพังทลาย นำน้ำที่ได้จากป่ามาปลูกข้าว การฟื้นฟูนาร้างเพื่อปลูกข้าวอินทรีย์ รวมถึงการรื้อฟื้นวัฒนธรรม ประเพณี และความเชื่อถือในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ เพื่อให้คนตระหนักและเกิดความเคารพในธรรมชาติ นำไปสู่กิจกรรมการอนุรักษ์ป่า รวมขยายผลไปสู่โรงเรียนเพื่อสร้างคนรุ่นใหม่ที่มีความเข้าใจในงานอนุรักษ์
การปรับเปลี่ยนหลังจากได้รับรางวัลลูกโลกสีเขียว ประเภทชุมชน ปี 2558 – 2559
ชุมชนตะโหมดยังคงมีการจัดการที่ดินเป็น 3 โซน คือ พื้นที่อนุรักษ์ พื้นที่ทำสวนทำไร่ ที่อยู่อาศัยและนาข้าว
ป่าชุมชนในตำบลตะโหมดดังนี้ ป่าชุมชนเขาหัวช้าง หมู่ 9 พื้นที่ 1,900 ไร่ ป่าชุมชนบ้านหัวช้าง หมู่ 2 พื้นที่ 1,007 ไร่ ป่าชุมชนบ้านโหล๊ะจังกระ หมู่ 6 พื้นที่ 700 ไร่ ป่าชุมชนท่าช้าง หมู่ 9 พื้นที่ 29 ไร่ และดูแลป่าพื้นที่ 2,000 กว่าไร่ ร่วมกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัดปลูกพืชร่วมยาง นาอินทรีย์ เขตอภัยทาน ป่าชายน้ำในพื้นที่ 4 คลอง 18 ห้วยที่มีความหลากหลายทางพันธุ์พืชและสัตว์
ในพื้นที่ป่าเขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่าเขาบรรทัด สภาลานวัดตะโหมดได้เข้าไปจัดการร่วมกับหน่วยพิทักษ์ป่าบ้านตะโหมด ก่อตั้งกลุ่มชาวบ้านที่มีใจรักป่าและกลุ่มเจ้าของสวนที่อยู่แนวกันชนเข้าร่วมเป็นกลุ่มพิทักษ์ป่าเดิม 8 กลุ่ม คอยเฝ้าระวังตรวจตราดูแลเดินลาดตระเวนอย่างต่อเนื่อง
มีการสร้างป่าใหม่ในพื้นที่สวนยางพารา ป่าหัวไร่ปลายนา สวนผลไม้ พื้นที่ 370 ไร่ 62 ครัวเรือน ด้วยการปลูกไม้ใช้สอย ผักเหลียง สละ มังคุด เสริมในพื้นที่
ชุมชนยังคงรักษาประเพณีสองศาสนาของชุมชนมีการไหว้บรรพบุรุษซึ่งใช้พิธีทั้งศาสนาพุทธและอิสลามในทุกวันที่ 15 เมษายนของทุกปี
ชุมชนมียุทธศาสตร์ใหม่ของการทำธนาคารน้ำซึ่งทำฝายไปแล้ว 240 ฝาย และมีนวัตกรรมการทำฝายลดหลั่นตามลำดับชั้นที่กลุ่มธนาคารน้ำร่วมกับกลุ่มแปลงใหญ่ทุเรียน ดังคำว่า “รวมคน รวมคิด รวมทำ” และนายธนาคารน้ำต้องเป็นเจ้าของสวนทุเรียน
การปลูกป่าริมห้วยนอกจากเว้นไม้ริมห้วยแล้วยังช่วยคืนความสมบูรณ์และดักตะกอนทราย ป้องกันห้วยตื้นเขิน
การทำเกษตรอินทรีย์นั้นเกิดจากการที่เกษตรกรสวนทุเรียนเคยใช้สารเคมีทำให้ดินเสื่อม จึงเลิกและเรียนรู้การใช้ปุ๋ยอินทรีย์ในพื้นที่การเกษตร เช่น กลุ่มนาอินทรีย์ หมู่ 12 ได้เข้าร่วมโครงการนาอินทรีย์ 1,000,000 ไร่ ของรัฐบาลจำนวน 300 กว่าไร่ โดยมีข้าวสังข์หยดและไรซ์เบอรี่
นักเรียนและนักศึกษาจากสถาบันต่างๆ เช่น มหาวิทยาลัยทักษิณ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โรงเรียนในจังหวัดพัทลุง ทั้งของรัฐและเอกชนได้เข้ามาเยี่ยมชมชุมชนตะโหมดและร่วมสร้างธนาคารน้ำ
การสืบต่อถึงคนรุ่นต่อไป ชุมชนจัดทำหลักสูตรตะโหมดศึกษา หลักสูตรป่าของชุมชน หลักสูตรสภาลานวัดตะโหมด และเอกสารวิทยานิพนธ์ต่างๆ ที่นักศึกษาได้ทำเกี่ยวกับชุมชนตะโหมด มีหลักสูตรท้องถิ่นให้นักเรียนทุกคนได้เรียนรู้ รวมถึงมีทุนการศึกษาให้ในระดับปริญญาตรี
การขยายเครือข่ายธนาคารน้ำ ในปี 2555 ขยายไปยังชุมชนเกาะลิบง ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง ปี 2556 - ปัจจุบัน ขยายไปยังชุมชนบ้านทุ่งยาว หมู่ 11 ต.โคกม่วง อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง ในห้วยเดียวสร้างธนาคารน้ำแล้ว 200 ฝาย และเครือข่ายชุมชนหมู่ 8 บ้านทุ่งลานโยพัฒนา ต.บ้านพร้าว อ.ควนขนุน ธนาคารน้ำ 20 ฝาย
ชุมชนตะโหมด
ต.ตะโหมด อ.ตะโหมด จ.พัทลุง
ประสานงาน : นายอดุลย์ แก้วทรงธรรม
263/1 หมู่ 9 ต.ตะโหมด อ.ตะโหมด จ.พัทลุง 93160
โทรศัพท์ : 09 7016 7353
ประชากร
2,685 ครัวเรือน จำนวน 9,420 คน
พื้นที่ดำเนินงาน
ต.ตะโหมด และ ต.คลองใหญ่ อ.ตะโหมด จ.พัทลุง
ระยะเวลาในการทำงานอนุรักษ์
ปี 2539 - 2565
สรุปความก้าวหน้าหลังจากได้รับรางวัลในปี 2558 - 2559
ระบบนิเวศ
- เป็นชุมชนที่มีการบริหารจัดการทรัพยากรดิน น้ำ ป่า ได้ค่อนข้างสมบูรณ์ และดูแลป่าพื้นที่ 2,000 กว่าไร่ ร่วมกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัดปลูกพืชร่วมยาง นาอินทรีย์ เขตอภัยทาน ป่าชายน้ำ และมีความหลากหลายทางพันธุ์พืชและสัตว์
การบริหารและจัดการ
- มีการจัดการพืชริมน้ำเพื่อป้องกันตลิ่งพังทลายจำนวน 4 คลอง 18 ห้วย สร้างฝายของชุมชน 240 ฝาย และดูแลป่าเพื่อการใช้น้ำไปสู่การทำไร่ทำสวนร่วมกัน มีการทำเกษตรอินทรีย์
- สร้างป่าใหม่ในพื้นที่สวนยางพารา 370 ไร่ 62 ครัวเรือน ด้วยการปลูกไม้ใช้สอย ผักเหลียง สละ มังคุด เพิ่มรายได้มากขึ้น
- การก่อตั้งโรงเรียนกลางนาเป็นการเรียนรู้สอนเยาวชนให้มีจิตสำนึกรักบ้านเกิดและเป็นคนสืบทอดส่งไม้ต่อไปยังรุ่นอื่นๆ
สังคมและชุมชน
- เป็นชุมชนขนาดใหญ่ระดับตำบลที่ใช้เวทีสภาลานวัดตะโหมดเป็นศูนย์กลางแก้ปัญหาต่างๆ มีผู้นำที่มีศักยภาพ มีความร่วมมือของผู้นำทางศาสนาทั้งพุทธและอิสลาม และมีความร่วมมือระหว่างวัด โรงเรียน มัสยิด
- เป็นการทำงานลักษณะองค์กรภาคประชาสังคม โดยเป้าหมายให้มีชีวิตที่ดีขึ้น ได้แก่ ป่า น้ำ เศรษฐกิจ และเยาวชน ทำงานเป็นเนื้อเดียวกันหมด มีภาคีการพัฒนามีความหลากหลาย และใช้กระบวนการพัฒนาผ่านการพูดคุย
- มีการเรียนรู้ปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงผ่านการต่อสู้กับภัยคุกคามอย่างต่อเนื่อง
- การสืบต่อถึงคนรุ่นต่อไปโดยผลักดันหลักสูตรตะโหมดศึกษา หลักสูตรป่าของชุมชนหลักสูตรสภาลานวัดตะโหมดให้นักเรียนในชุมชนตะโหมดได้เรียนรู้