10 มกราคม 2563
33

ชวนมาสุขสบายที่ชุมชนบ้านไหนหนัง

ชวนมาสุขสบายที่ชุมชนบ้านไหนหนัง

          บ้านไหนหนัง เป็นชุมชนประมงพื้นบ้าน ในต.คราม อ.เมือง จ.กระบี่ ประชากรทั้งชาวพุทธและมุสลิมอาศัยอยู่ร่วมกันมาตั้งแต่แรกเริ่ม มีเรื่องเล่าต่อ ๆ กันมาย้อนหลังเมื่อกว่าร้อยปีที่แล้ว เรือของพ่อค้าหลายชาติเข้ามาค้าขายที่เมืองถลาง (ภูเก็ตในปัจจุบัน) ซึ่งมีทั้งชาวจีนจากไหหลำ ชาวจีนในเกาะหมากใหญ่ (เกาะปีนัง) กับชาวมุสลิมในหมู่เกาะลังกาวี (มาเลเซีย) ระหว่างแล่นเรือเจอกับพายุลูกใหญ่ จึงเข้ามาพักแรมหลบพายุในร่องคลองบ้านไหนหนังนานเป็นเดือน

          ท้ายสุด สองพี่น้องจากเรือที่เป็นชาวจีน ชื่อ “แป๊ะรัดฮู” และ “แป๊ะยอง” กับสองพี่น้องที่เป็นมุสลิมจากเกาะลังกาวี ชื่อ “โต๊ะสีตุงกา” และ “โต๊ะสีรายา” รวมแล้ว 4 ครอบครัว ตัดสินใจที่จะลงหลักปักฐานตั้งบ้านเรือนทำมาหากิน เพราะเห็นว่าทำเลที่ตั้งอยู่ริมทะเล จะออกไปทำประมงหาปลา หรือค้าขายก็ได้ แล้วยังมีพื้นดินดอนใช้เพาะปลูกข้าว พืชผักและผลไม้ ได้อีกด้วย

          ความสมบูรณ์ของทรัพยากรที่จะเกื้อกูลแก่การดำรงชีวิตนี้เอง จึงได้ตั้งชื่อหมู่บ้านเป็นภาษามาลายูว่า “สุไหงกะหนัง” หมายถึง “ความสุขสบาย” ภายหลัง นายวัลย์ เนื้อนุ้ย ครูใหญ่โรงเรียนบ้านไหนหนัง มาเปลี่ยนชื่อเป็น “บ้านไหนหนัง” ซึ่งไม่มีผู้ใดทราบความหมายที่แน่ชัด ปัจจุบันครอบครัวแรก ๆ ที่มาบุกเบิกได้แยกย้ายไป  ครอบครัวพี่น้องชาวจีนแยกตัวไปอยู่ที่บ้านหนองจิก ต.เขาคราม อ.เมือง จ.กระบี่  ยังเหลือครอบครัวชาวมุสลิมยังดำรงอยู่สืบต่อจากบรรพบุรุษ

          บทบาทการทำงานด้านสิ่งแวดล้อมของบ้านไหนหนังดำเนินมาหลายสิบปีแล้ว แกนนำรุ่นแรกคือนายกาหรีม เขาคราม กำนันตำบลเขาครามในเวลานั้น ร่วมกับชาวบ้านต่อสู้กับเรืออวนรุนอวนลากที่รุกทะเลหน้าบ้าน ซึ่งทำลายและปล้นทรัพยากรของชุมชนที่มีอยู่พอเพียงจนใกล้จะหมดไป การต่อสู้กินเวลาหลายปีจนถึงขั้นเอาชีวิตเข้าแลก กว่าจะประสบความสำเร็จ พร้อม ๆ กับการเริ่มงานฟื้นฟูป่าชายเลนร่วมกับชาวบ้านบ้านท่าปอม หลังจากที่รัฐบาลยกเลิกสัมปทานป่า

          ต่อมาในปี 2545 จึงตั้งกลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งเขาคราม เพื่อทำหน้าที่เฝ้าระวังการบุกรุก และประสานงานกับสถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 26 (เมืองกระบี่) ผลจากการฟื้นป่าชายเลนช่วยให้กลุ่มบ้านประมงบริเวณนั้นรอดพ้นจากภัยคลื่นสึนามิ ช่วงปลายปี 2547

           ในปี 2549 เครือข่ายวิสาหกิจการท่องเที่ยวเชิงชุมชนบ้านไหนหนัง-เขากาโรส เริ่มจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานและองค์กรต่าง ๆ  โดยมีสถานที่ที่เป็นจุดเด่นทางธรรมชาติหลายแห่ง ได้แก่  เขากาโรส เทือกเขาเล็ก ๆ ที่ยื่นยาวลงไปในทะเล  ป่าชายเลนที่มีความสมบูรณ์ 5,910 ไร่ อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติคลองกาโหรด และป่าคลองหินที่มี “ต้นปีปียักษ์” หรือ “แสมขาว” ขนาดใหญ่

          เมื่อมาทะเลแถบบ้านไหนหนังแล้ว ก็ต้องล่องเรือหัวโทงซึ่งเป็นเรือท้องถิ่นขนาดเล็กหัวเรือสูง  ชมหน้าผารูปหน้าปีศาจ ช่องลอดเขาที่มองคล้ายหน้าต่างมนุษย์โบราณ ด้านในเป็นถ้ำสองชั้น อดีตเป็นที่อาศัยหลบลมหลบพายุ หลบฝนของชาวประมง เมื่อมองลอดถ้ำออกมาจะเห็นวิวด้านนอกที่สวยงามจับตา จากนั้นจะแวะชมภาพเขียนโบราณ อายุประมาณ 3,000 ปี ก่อนจอดพักที่อ่าวมะขามแชะภาพกับต้นมะขามอายุร้อยกว่าปีบริเวณชายหาด

           ชาวบ้านไหนหนังบางส่วนทำสวนยางเลี้ยงชีพ แต่เมื่อปัญหายางราคาตกต่ำมาก ชาวบ้านที่ทำสวนยางที่นี่ หันไปเลี้ยงผึ้งในสวนยาง ซึ่งได้ผลผลิตค่อนข้างดี  ด้วยอานิสงส์จากฟื้นป่าชายเลน ทำให้มีต้นไม้ที่ให้น้ำหวานเลี้ยงผึ้ง ได้แก่ แสมขาว ตะบูนดำ ตะบูนขาว ตาตุ้ม เป้ง แล้วการเลี้ยงผึ้งยังส่งผลให้เกษตรกรลดการใช้สารเคมี  กระทั่งงดการใช้ยาฆ่าหญ้า สารเคมีปราบศัตรูพืช รวมถึงการเผา เพื่อเก็บต้นไม้ในสวนให้เป็นแหล่งอาหารของผึ้ง ได้แก่ ตำเสา ประดู่ สอม ยางพารา เงาะ ปาล์ม กอ หมาก

          นอกจากนี้ประชากรผึ้งเหล่านี้ยังช่วยในการผสมเกสรดอกไม้ในสวนของชาวบ้าน เพิ่มพูนผลผลิตให้มากขึ้นอีก ดังคำกล่าวว่า “เมื่อป่าเลี้ยงผึ้ง ผึ้งก็คืนให้ป่า” จึงมีการตั้งวิสาหกิจชุมชน ซึ่งผู้สนใจสามารถเดินทางเข้าไปเยี่ยมชมกลุ่มเลี้ยงผึ้งบ้านไหนหนัง พร้อมอุดหนุนน้ำผึ้งคุณภาพดี และผลิตภัณฑ์จากผึ้งโพรงที่นำมาแปรรูปหลากหลาย เช่น สบู่เหลว สบู่ก้อน แชมพู โดยใช้สมุนไพรในท้องถิ่นเป็นวัตถุดิบ

          ใครใคร่เรียนรู้ มีกลุ่มอาชีพต่าง ๆ ที่น่าไปศึกษา ตั้งแต่ กลุ่มไร่นาสวนผสม ธนาคารปูไข่ กลุ่มธนาคารขยะ กลุ่มธนาคารต้นไม้ กลุ่มเย็บปักถักร้อย รวมถึงกลุ่มอนุรักษ์ชายฝั่ง กลุ่มอาชีพทั้งหมดเป็นสมาชิกเครือข่ายการท่องเที่ยว เชื่อมโยงกับเครือข่ายการท่องเที่ยวจังหวัด ที่สำคัญกลุ่มอาชีพทั้งหมด จะแบ่งรายได้ร้อยละ 10 เข้าสู่กองทุนอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

          ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากร ความสวยงามของทะเลและธรรมชาติชายฝั่งอันดามัน ความหลากหลายของกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และน้ำใจของชุมชนบ้านไหนหนัง ซึ่งเป็นตัวอย่างให้เห็นว่า “หากเราช่วยกันดูแลทะเลกับป่า ทั้งสองอย่างจะกลับมาดูแลเรา”

          ดังนั้นแล้ว อยากจะชวนไปสุขสบายที่บ้านไหนหนัง กันนะ

ผู้สนใจท่องเที่ยวชุมชนบ้านไหนหนัง สอบถามรายละเอียดได้ที่ นายสุชา วันศุกร์ ผู้ใหญ่บ้าน โทร 087 273 3798


33