16 ธันวาคม 2562
71

เบิกบานที่บ้านดอกบัว (ชุมชนบ้านบัว)

เบิกบานที่บ้านดอกบัว  (ชุมชนบ้านบัว)

   เมืองพะเยาเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สงบ ธรรมชาติที่สวยงาม ป่าเขา ทุ่งนา และกว๊านพะเยา ใครอยากสัมผัสชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์น่าจะหาวันหยุดไปเชคอินสักวัน
   ที่หมายหนึ่งซึ่งไม่ไกลจากตัวเมืองพะเยา แม้จะเป็นหมู่บ้านเล็กๆ แต่ชื่อเสียงนั้นขจรขจายเพราะเป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบระดับประเทศ แล้วยังเป็นเลิศด้านบริหารจัดการน้ำและการฟื้นฟูป่า ชุมชนที่ว่านี้คือ “ชุมชนบ้านดอกบัว”
   บ้านดอกบัวตั้งอยู่ในตำบลบ้านตุ่น อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา มีอาณาเขตติดกับอุทยานแห่งชาติดอยหลวง ปี 2555 ชื่อของบ้านดอกบัว เป็นที่รู้จักกันดีในแวดวงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เมื่อได้รับรางวัลพระราชทานรางวัลชนะเลิศจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ในฐานะเป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบระดับประเทศ

   ก่อนปี 2525 ชาวตำบลบ้านตุ่นและพื้นที่ใกล้เคียงเข้ามาหักร้างถางป่า และคนบ้านดอกบัวเองก็มีอาชีพรับจ้างตัดไม้ นานเข้าก็ส่งผลให้น้ำในลำห้วยแห้ง จนไม่มีน้ำทำนา เพื่อกู้วิกฤตที่เกิดขึ้น ผู้นำชุมชนทำความเข้าใจถึงปัญหาและผลกระทบ แล้วร่วมกันหาทางแก้ไขปัญหา หนึ่งในนั้นคือการแสวงหาความร่วมมือจากหน่วยงานภายนอก
   ถือเป็นโชคดีของชุมชน เมื่อกรมป่าไม้มีนโยบายเข้ามาทำโครงการปรับปรุงป่าสงวนแห่งชาติแม่ต๋ำ-แม่นาเรือ ในรูปของหมู่บ้านป่าไม้ (โครงการที่ดำเนินงานระหว่างปี 2523-2545) โดยจัดสรรที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยให้กับชาวบ้าน และส่งเสริมกิจกรรมเพื่อให้เกิดการฟื้นฟูป่าเสื่อมโทรมรอบๆ หมู่บ้าน และรอบอ่างเก็บน้ำห้วยตุ่น
   พื้นที่ป่าโดยรอบมีจำนวนประมาณ 10,000 ไร่ แบ่งเป็นป่าอนุรักษ์ที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยหลวง 8,500 ไร่ ส่วนนี้เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเป็นผู้ดูแล และป่าใช้สอย 1,500 ไร่ อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติแม่ต๋ำ-แม่นาเรือ ชุมชนดูแลร่วมกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ โดยเฉพาะการร่วมกันอนุรักษ์ต้นไม้ใหญ่ เพื่อป้องกันการพังทลายของดิน ช่วยชะลอน้ำในฤดูน้ำหลาก และเป็นเกราะป้องกันน้ำไหลหลากฉับพลัน
   นอกจากการฟื้นฟูป่า สร้างฝายชะลอน้ำ 60 กว่าฝายที่นำภูมิปัญญาพื้นบ้านภาคเหนือที่เป็นระบบเหมืองฝายกลับมาใช้งาน มีการตั้งแก่เหมืองและแก่ฝาย เพื่อทำหน้าที่บริหารจัดการน้ำในชุมชน และเจ้าหน้าที่ชลประทานเป็นพี่เลี้ยงให้ความรู้ด้านวิชาการและเทคนิคใหม่ๆ
   เมื่อป่าฟื้นชาวบ้านยังได้ประโยชน์จากผลผลิตจากป่า อาทิ เห็ด น้ำผึ้งป่า ฯลฯ ป่าเป็นทั้งแหล่งอาหารและให้รายได้เสริม น้ำที่อุดมสมบูรณ์ส่งผลให้การเพาะปลูกได้ผลผลิตดี แต่ละครัวเรือนทำแปลงปลูกผักสวนครัวแบบเกษตรอินทรีย์ กินเองและแบ่งขายตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง

   จากบทเรียนในอดีตที่มีชาวบ้านเจ็บป่วย จำเป็นต้องให้เลือด แต่ไม่มีใครในหมู่บ้านสามารถให้เลือดกันได้ เพราะตรวจพบปริมาณสารพิษละลายในเลือดสูงมาก สารพิษเหล่านี้สะสมจากปุ๋ยเคมีและการใช้ยาปราบศัตรูพืชของเกษตรกรในชุมชน เหตุการณ์นี้เองกลายเป็นจุดเริ่มที่ชุมชนได้ร่วมกันกำหนดห้ามการทำเกษตรบนพื้นที่สูง และห้ามการใช้สารเคมี
   ในนาข้าวเป็นนาอินทรีย์ที่มีทางเดินไม้ไผ่รวกชมเข้าไปเดินเล่นได้ เหนือผืนนาเต็มไปด้วยแมงปอนับร้อยนับพันกางปีกบางร่อนไปร่อนมาทำหน้าที่กำจัดแมลงศัตรูพืชตามธรรมชาติ เป็นภาพที่สวยงามน่าประทับใจ
   ชุมชนยังรักษาภูมิปัญญาการสานไม้ไผ่ ซึ่งนำมาจากแปลงสวนไม้ไผ่รวก รวมพื้นที่กว่า 500 ไร่ หัตถกรรมเหล่านี้มีทั้งงานสานก๋วย สานสุ่มไก่ และงานจักสานอื่นๆ ช่วยสร้างรายได้ให้แก่คนในชุมชน

   ทุกวันศุกร์จะมีตลาดนัดที่ชาวบ้านนำผลผลิตในชุมชนมาวางขาย และคนจากในเมืองพะเยา ชุมชนใกล้เคียง นักท่องเที่ยวสามารถไปเยี่ยมเยือนชุมชนได้
   โฮมเสตย์ที่บ้านดอกบัวประมาณ 20 หลัง สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้สูงสุด 200 คน อัตราค่าที่พักประมาณ 200-500 บาท ต่อคืน และมีบริการอาหารท้องถิ่นให้ได้ลิ้มชิมรส
   บ้านดอกบัวเป็นตัวอย่างของชุมชนขนาดกลางใกล้เมืองที่แวดล้อมด้วยธรรมชาติที่สมบูรณ์และสวยงาม ผู้คนดำรงชีวิตอยู่อย่างเรียบง่าย หากแต่เป็น “ต้นแบบ” ที่ดึงดูดให้คนต่างถิ่นอยากเข้ามาเยี่ยมเยือน เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ต่อก็ได้ ไม่ว่าจะมาศึกษาเรียนรู้เรื่องการบริหารและจัดการทรัพยากร ดิน น้ำ ป่า การปลูกพืชผักสวน ครัว การทำปุ๋ยหมักปุ๋ยอินทรีย์ การทำเตาแกลบชีวมวล การสร้างฝายแฝก การเพาะเลี้ยงด้วงกว่าง
หรือจะมาเพียงผ่านมาพักแรม เพื่อสัมผัสกับความเรียบง่าย แต่งามตราตรึงของชุมชนแห่งนี้ ก็เป็นจุดหมายที่น่าจะมาให้ถึงสักครั้งหนึ่ง

ผู้สนใจท่องเที่ยวชุมชนบ้านดอกบัว สอบถามรายละเอียดได้ที่ นายบาล บุญก้ำ ผู้ใหญ่บ้าน โทร 082-895-7321


71