29 มกราคม 2561
1,985

เยือนถิ่น “ล่าหู่” บนดอยสูงเมืองตาก

“ห้วยปลาหลด” ลำน้ำสายเล็ก ๆ ยังคงไหลเรื่อยผ่านวันแล้ววันเล่า ช่วยหล่อเลี้ยงผู้คน “ชาวล่าหู่” หรือ “ชาวมูเซอ” ที่ก่อร่างสร้างบ้านเรือนในบริเวณนี้ โดยได้เรียกขานชื่อบ้านตามลำห้วยว่า “ชุมชนห้วยปลาหลด” 
ล่าหู่มีประวัติการเดินทางหลายพันกิโลเมตรจากลุ่มน้ำล้านช้างตอนบน (แม่น้ำโขง)  ในสิบสองปันนา จนมาถึงเมืองตาก บรรพบุรุษของล่าหู่ฟันฝ่าอุปสรรคมากมาย หลายคนต้องเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อการเดินทางจากพื้นที่สูงทางใต้ของจีนแผ่นดินใหญ่ค้นหาแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์เหมาะสม ซึ่งในที่สุดได้ตัดสินใจพำนักอยู่ที่เทือกเขาอันเยือกเย็นแห่งนี้ 

แต่แรกเริ่มเดิมที ชาวล่าหู่ยึดอาชีพปลูกฝิ่นและข้าวโพด ตกเป็นจำเลยทำให้ภูเขาหัวโล้นอย่างปฏิเสธไม่ได้  กระทั่งในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงสนพระทัยเสด็จมาเยี่ยมราษฎร ณบริเวณนี้เมื่อเดือนมกราคม ปีพ.ศ. 2517 ทรงมีพระกระแสให้ชาวล่าหู่ปลูกพืชที่ทำรายได้ทดแทน ซึ่งต่อมากลายเป็นแรงบันดาลใจเปลี่ยนวิถีการเกษตรหันมาปลูกพืชผสมผสาน พร้อมทั้งฟื้นฟูป่า จนมีน้ำใช้อย่างเพียงพอ   สร้างเครือข่ายการพัฒนาพื้นที่ป่าไม้ไปยังพื้นที่ถือครองของชนเผ่าอื่น

วันนี้ห้วยปลาหลด จึงกลายเป็นภูเขาสูงที่เขียวขจี ลำธารน้ำไสไหลตลอดปี  มีกอไผ่ที่ขึ้นเองตามธรรมชาติและปลูกเพิ่มเติมอยู่ทั่วไปในป่า ปลูกพืชเศรษฐกิจ เช่น ลูกเนียง กาแฟ อโวคาโด้  และผักเมืองหนาว ที่พวกเขาทำให้งอกงามขึ้นมาได้ โดยไม่ใช่สารเคมีและยาปราบศัตรูพืช ทำให้การทำมาหากินกับการรักษาธรรมชาติสามารถร่วมเส้นทางเดียวกันได้อย่างกลมกลืน

ชุมชนห้วยปลาหลดได้รับรางวัลลูกโลกสีเขียว ประเภทชุมชน เมื่อปี 2548 เป็นเครื่องยืนยันว่าพวกเขาอนุรักษ์ป่าและป่าก็สร้างประโยชน์ให้เขาได้จริง

คุณไพรัช กีรติยุคีรี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 ต.ด่านแม่ละเมา อ.แม่สอด จ.ตาก กล่าวว่า ทั้งดอยมูเซอกลายเป็นแดนสวรรค์ของล่าหู่ เพราะทัศนียภาพสวยงาม มีอาหารปลอดภัย ลำธารสายน้ำไหลผ่านตลอดทั้งปี เมื่อข้าม “คุจ่าตะพา” หรือสะพานหินไปไม่ไกล จะพบกับถ้ำอันงดงามชาวเมืองตากเรียกว่า “ถ้ำขุนเจ้า” ซึ่งจะได้ตื่นตากับหินงอกหินย้อยภายใน

“ถ้าเดินขึ้นเขาไปทางทิศเหนือของหมู่บ้านราว 3 กม. ตรงนั้นคือ “โลโกโค๊ะ” เป็นจุดที่เคยปลูกฝิ่น ภูเขาหัวโล้น แต่เดี๋ยวนี้ป่าไม้ขึ้นมาแทนที่แล้วเพราะทุกคนหมู่บ้านเราช่วยกัน” เสียงแห่งความภาคภูมิใจที่ชวนให้ไปชื่นชม

ตรงที่เป็นช่องของสันภูเขาในวันที่ฟ้าเปิด สามารถมองออกไปไกลเห็นตัวเมืองตาก อากาศที่นี่จะเย็นตลอดปี ยิ่งเช้าๆของปลายฝนต้นหนาวจนไปสู่ฤดูร้อนจะได้รับลมชมทะเลหมอกสวยมาก จัดเป็นสถานที่ “ห้ามพลาด” ของนักท่องเที่ยวเลยทีเดียว หากปรารถนาจะนอนดูดาวยามค่ำคืน ทางหมู่บ้านได้ปรับปรุงเป็นที่กางเต้นพักแรมได้แล้ว สมใจคนชอบนอนนับดาวที่จะได้เห็นแสงระยิบระยับของดาวน้อยใหญ่ จนแทบจะไม่ยอมหลับยอมนอน ในบางคืนวันสำคัญทางประเพณีสาวหนุ่มล่าหู่ จะรวมกันเต้น “จะคึ” ท่ามกลางอากาศหนาวเย็น แว่วเสียงแคน ซึง และขลุ่ยและเสียงขับร้องเพลง ดังก้องไปทั้งขุนเขา

ผู้สนใจท่องเที่ยวธรรมชาติและสัมผัสวัฒนธรรมประเพณีอย่างใกล้ชิด ที่นี่มีบริการโฮมสเตย์พร้อมต้อนรับผู้มาเยือน อิ่มท้องกับอาหารที่รับประกันว่าสดอร่อยจากไร่ ชมและเพลิดเพลินการแสดงวัฒนธรรมท้องถิ่น

ติดต่อสอบถามการท่องเที่ยวชุมชนได้ที่คุณจักรกฤช ตาประยูร  ส.อบต.ด่านแม่ละเมา โทร. 093 2305255 ได้ทุกวัน 


1,985