1,490

ชุมชนบ้านนาหว้า จังหวัดอุบลราชธานี

กุศโลบายไม้คะลำ ทำห้องเรียนธรรมชาติ ขยายเครือข่ายรักษ์ป่าทั้งตำบล


     ชุมชนบ้านนาหว้าดูแลป่าชุมชนภูหินเหล็กไฟ พื้นที่รวม 2,368 ไร่ อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดงภูหล่น โดยสร้างกลไกการทำงานที่มีสมาชิกในชุมชนจากส่วนต่างๆ เข้ามาร่วม ทั้งในโรงเรียน วัด ชุมชน มีการดึงคนรุ่นใหม่เข้ามาร่วมงานลาดตระเวนป่า คนรุ่นเก่าถ่ายทอดความรู้สู่คนรุ่นใหม่ ผ่านการเรียนรู้จากฐานทรัพยากรในชุมชนเรื่องการใช้ประโยชน์จากป่าและภูมิปัญญาในการรักษา โดยใช้หลักความเชื่อมาอธิบายเรื่องการอนุรักษ์ไม้คะลำ (ไม้ต้องห้าม) ที่เป็นการสืบสานความเชื่อจากบรรพบุรุษ เพื่อให้เยาวชนได้เรียนรู้เรื่องไม้ต้องห้าม ไม่ตัดทำลาย และยังเป็นวิธีการแบ่งประเภทของไม้เพื่อรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ มีการขยายความร่วมมือเครือข่ายป่าชุมชน ไปยัง 12 หมู่บ้าน 2 ตำบล ครอบคลุม 2 อำเภอ

 

ความโดดเด่นของผลงานช่วงรางวัลลูกโลกสีเขียว ประเภทชุมชน ปี 2558 – 2559

     ป่าชุมชนภูหินเหล็กไฟอยู่ในพื้นที่บ้านนาหว้า หมู่ 3 ต.สำโรง อ.โพธิ์ไทร จ.อุบลราชธานี มีพื้นที่ 1,987 ไร่ อยู่ในพื้นที่ป่าสงวนป่าดงภูหล่น มีกลุ่มชาติพันธุ์กูยเข้ามาบุกเบิกใช้ประโยชน์ป่าผืนนี้เป็นกลุ่มแรก มีการปลูกข้าวไร่ด้วยวิธีสักหลุมและเก็บหาของป่า ต่อมาเมื่อมีชาวไทย-ลาวเข้ามาอยู่มากขึ้น ก็มีขยายพื้นที่การใช้ประโยชน์ด้านเพาะปลูกเพิ่มขึ้นตามลำดับ จนกระทั่งปี 2528 - 2532 รัฐบาลได้มีการให้สัมปทานทำไม้ให้แก่บริษัท ไม้อัดไทยบางนา จำกัด มาทำไม้ในป่าบริเวณรอบๆ บ้านนาหว้า บริเวณเนินเขาด้านบนและบริเวณที่ราบรอบๆ ชุมชน แต่หลังจากรัฐบาลประกาศยกเลิกสัมปทาน ไม้มีค่าขนาดใหญ่ถูกตัด ทำให้ป่าเสื่อมโทรมลง และเกิดไฟป่าเป็นประจำทุกปี

     ต่อมาในช่วงปี 2538 ผู้นำชุมชนในยุคนั้น ได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมการดูแลรักษาป่าของเครือข่ายป่าดงนาทาม จ.อุบลราชธานี (ได้รับรางวัลลูกโลกสีเขียว ปี 2543) แต่ไม่ได้เข้าร่วมกับเครือข่ายป่าดงนาทามอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการเดินทางไปเข้าร่วมประชุมมีระยะทางไกลมาก จึงขอกลับมาฟื้นฟูป่าในชุมชนตนเอง โดยนำแนวคิดและรูปแบบการอนุรักษ์จากการเข้าร่วมเครือข่ายป่าดงนาทาม มาปรับใช้ให้เป็นระบบมากขึ้น มีการจัดตั้งกรรมการดูแลรักษาป่า มีการป้องกันไฟป่า การประสานงานกับชุมชนข้างเคียงเพื่อร่วมกำหนดแนวเขต และตั้งกติกาในการดูแลรักษาป่าที่เป็นรูปธรรมขึ้น ต่อมาได้มีการพัฒนาแนวทางในการรักษาทรัพยากรป่าไม้จากการทำงานวิจัยท้องถิ่นร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ทำให้ได้รับความรู้เรื่องการจัดการน้ำจากศูนย์สารสนเทศการจัดการทรัพยากรน้ำเพื่อการเกษตร เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในหน้าแล้ง สามารถจัดทำฝายชะลอน้ำ ทำบ่อน้ำบนภูหินเหล็กไฟ พื้นที่ 10 ไร่ เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ทำการเกษตรตลอดปี ชุมชนจึงมีความเข้มแข็งและมีพลังในการรักษาป่าเพิ่มมากขึ้น

     กิจกรรมการอนุรักษ์ในชุมชนได้รับความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง โดยสร้างกลไกการทำงานที่มีสมาชิกในชุมชนจากส่วนต่างๆ เข้ามาร่วม ทั้งในโรงเรียน (ครู นักเรียน) วัด (พระ) ชุมชน (สมาชิกในชุมชนและครูภูมิปัญญา) มีการดึงคนรุ่นใหม่เข้ามาร่วมงานลาดตระเวนป่า คนรุ่นเก่าถ่ายทอดความรู้สู่คนรุ่นใหม่ ผ่านการเรียนรู้จากฐานทรัพยากรในชุมชนเรื่องการใช้ประโยชน์จากป่า และภูมิปัญญาในการรักษา โดยใช้หลักความเชื่อมาอธิบายเรื่องการอนุรักษ์ไม้คะลำ (ไม้ต้องห้าม) ที่เป็นการสืบสานความเชื่อจากบรรพบุรุษ เพื่อให้เยาวชนได้เรียนรู้เรื่องไม้ต้องห้าม ไม่ตัดทำลาย และยังเป็นวิธีการแบ่งประเภทของไม้เพื่อรักษาความหลากหลายทางชีวภาพในผืนป่าอีกด้วย 

 

การปรับเปลี่ยนหลังจากได้รับรางวัลลูกโลกสีเขียว ประเภทชุมชน ปี 2558 – 2559

     ชุมชนบ้านนาหว้ายังคงรวมตัวกันดำเนินงานอนุรักษ์ และมีคณะกรรมการป่าชุมชนร่วมกันดูแลพื้นที่ป่าชุมชนภูหินเหล็กไฟอย่างเข้มแข็ง มีการจัดเวรยามลาดตระเวน (มีทั้งผู้ชาย ผู้หญิง และเยาวชน) รอบพื้นที่ป่า และทำแนวกันไฟอย่างต่อเนื่อง และมีการประสานการทำงานเพื่อช่วยกันเฝ้าระวังไฟป่าและการลักลอบตัดไม้กับชุมชนข้างเคียง 12 หมู่บ้าน

     ยังคงจัดทำฐานการเรียนรู้ในป่า เพื่อเป็นห้องเรียนธรรมชาติให้โรงเรียนบ้านนาหว้าใต้ ทั้ง 6 ฐาน โดยมีกลุ่มเยาวชนเป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องราวทั้ง 6 ฐาน กลุ่มเยาวชนรุ่นพี่เป็นพี่เลี้ยงสอนรุ่นน้อง มีการสืบทอดรุ่นต่อรุ่น ขยายผลไปสู่การจัดทำหลักสูตรสิ่งแวดล้อม มีโรงเรียนในเครือข่ายที่ใช้หลักสูตรสิ่งแวดล้อมศึกษา ที่ออกแบบร่วมกัน ได้แก่คณะกรรมการป่าชุมชน คณะที่ปรึกษาอาวุโส และคณะครูโรงเรียนบ้านนาหว้าใต้ ทั้งหมด 3 โรงเรียนได้แก่ โรงเรียนบ้านนาหว้าใต้ โรงเรียนบุญจิราธร และโรงเรียนผอบ ณ นคร 1

     มีการขยายเครือความร่วมมือเครือข่ายป่าชุมชน ไปยัง 12 หมู่บ้าน 2 ตำบล ครอบคลุม 2 อำเภอ ร่วมพื้นที่อนุรักษ์กว่า 26,423 ไร่ เกิดเครือข่ายการจัดการป่าร่วมกันทั้งตำบล ผลักดันแนวคิดเรื่องการอนุรักษ์สู่นโยบายสาธารณะ โดยชุมชนเพื่อชุมชน เป็นธรรมนูญชุมชนที่รับรองโดยองค์การบริหารส่วนตำบล มีการสืบทอดผู้นำและแกนนำคนรุ่นใหม่เข้ามาขับเคลื่อนการทำงาน ส่วนแกนนำรุ่นแรกมีหน้าที่ให้คำปรึกษา 

 


 

ชุมชนบ้านนาหว้า

บ้านนาหว้า หมู่ 3 ต.สำโรง อ.โพธิ์ไทร 
จ.อุบลราชธานี 34340
ประสานงาน : นายเพลิน นาหว้า 
โทรศัพท์ : 08 2875 3849

ประชากร 
221 ครัวเรือน จำนวน 1,027 คน

พื้นที่ดำเนินงาน 
ป่าชุมชนภูหินเหล็กไฟ พื้นที่รวม 2,368 ไร่ 
อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดงภูหล่น

ระยะเวลาในการทำงานอนุรักษ์
ปี 2539 - 2565

 

สรุปความก้าวหน้าหลังจากได้รับรางวัลในปี 2558 - 2559

ระบบนิเวศ

  • เป็นชุมชนที่มีการบริหารจัดการทรัพยากรดิน น้ำ ป่า ได้ค่อนข้างสมบูรณ์ และดูแลป่าชุมชนภูหินเหล็กไฟ พื้นที่รวม 2,368 ไร่ เป็นแหล่งเก็บหาของป่าและสมุนไพร 
  • ป่าฟื้น ทำให้แหล่งกำเนิดต้นน้ำลำธารมีน้ำตลอดปี 
  • เยาวชนมีห้องเรียนธรรมชาติ

การบริหารและจัดการ

  • มีการขยายความร่วมมือเครือข่ายป่าชุมชน ไปยัง 12 หมู่บ้าน 2 ตำบล ครอบคลุม 2 อำเภอ ร่วมพื้นที่อนุรักษ์กว่า 26,423 ไร่
  • ชุมชนมีลักษณะการทำงานอย่างมีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นพระในชุมชนซึ่งมีความรู้ ครูในอดีต ครูรุ่นปัจจุบัน เยาวชนทั้งในและนอกโรงเรียน กลุ่มแม่บ้าน ฯลฯ แต่ละกลุ่มมีความสมานฉันท์ เรียนรู้ซึ่งกันและกันเป็นอย่างดี เด็กๆ สามารถให้ความรู้เรื่องป่ากับคนภายนอกได้
  • มีโครงสร้างการแบ่งหน้าที่กันทำงานอย่างชัดเจน มีกฎ กติกา และข้อตกลงที่มีการปฏิบัติจริง มีกลุ่มที่จัดตั้งอย่างเป็นทางการ นำโดยผู้นำท้องถิ่นและกรรมการที่จัดตั้งโดยกระบวนการป่าชุมชนที่ได้รับการสนับสนุนจากกรมป่าไม้ มีโรงเรียน (ครู นักเรียน) วัด (พระ) ครูภูมิปัญญา เยาวชน ฯลฯ เข้ามามีส่วนร่วมอย่างมีเอกภาพ ชาวบ้านมีบทบาทชัดเจน มีจุดยืนเด่นชัด มีกลยุทธ์ในการอนุรักษ์ดิน น้ำ ป่า 

สังคมและชุมชน

  • บรรพบุรุษมีกลยุทธ์ในการปกป้องทรัพยากรเพื่อประโยชน์ อาทิ “ไม้คะลำ” ถือเป็นกุศโลบายที่ใช้ในการแบ่งประเภทของไม้เพื่อให้เกิดความหลากหลายทางชีวภาพในผืนป่า
  • ผลักดันแนวคิดเรื่องการอนุรักษ์สู่นโยบายสาธารณะ โดยชุมชน เพื่อชุมชน เป็นธรรมนูญชุมชนที่รับรองโดยองค์การบริหารส่วนตำบล 
  • มีผู้นำและแกนนำคนรุ่นใหม่เข้ามาขับเคลื่อนการทำงาน ส่วนแกนนำรุ่นแรกมีหน้าที่ให้คำปรึกษา

1,490