16 ธันวาคม 2562
58

เที่ยวธรรมชาติ ท่องประวัติศาสตร์ สุดปลายด้ามขวาน

เที่ยวธรรมชาติ ท่องประวัติศาสตร์ สุดปลายด้ามขวาน

   ชุมชนเล็ก ๆ แห่งหนึ่งบริเวณชายแดนไทย-มาเลเซีย ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขา เต็มไปด้วยความสงบสุข จนแทบไม่น่าเชื่อว่าเป็นพื้นที่เดียวกับจังหวัดชายแดนใต้ที่ตกอยู่ในม่านหมอกแห่งความรุนแรง
   ชุมชนแห่งนี้คือ ชุมชนบ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 12 พื้นที่นิคมสร้างตนเองสุคิริน ต.สุคิริน อ.สุคิริน จ.นราธิวาส
   จากชุมชนที่เคยเป็นพื้นที่สู้รบและที่อาศัยของแกนนำพรรคคอมมิวนิสต์มลายา ที่เคยปะทะกับฝ่ายไทยในอดีต  ที่ภายหลังการทำ “สัญญาสันติภาพ” ระหว่างประเทศไทย-มาเลเซีย เมื่อปี 2532 กลายเป็นชุมชนนักพัฒนาและมีส่วนร่วมดูแลรักษาป่ากว่า 16,900 ไร่ ซึ่งอยู่ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าฮาลา-บาลา และนิคมสร้างตนเองสุคิริน รวมทั้งบริหารจัดการป่าชุมชนที่เพิ่งได้จดทะเบียนป่าชุมชนเพิ่มขึ้นจากเดิม 96 ไร่ ขยายเป็น 4,700 ไร่  จากการขยายเครือข่ายในการจัดการป่าชุมชน 10 หมู่บ้าน ใน อ.สุคิริน นับเป็นผืนป่าขนาดใหญ่ที่อุดมสมบูรณ์และสวยงามมากแห่งหนึ่งของประเทศ
   ชุมชนนำประสบการณ์จากการฝึกทหารมาประยุกต์ใช้และสร้างกฎบ้านที่เข้มแข็ง เป็นระเบียบเรียบร้อย สะอาด มีสุขอนามัย โดยเฉพาะการกำกับและควบคุมพฤติกรรมเยาวชนในหมู่บ้าน เช่น การดูแลเยาวชนที่ออกไปเรียนนอกหมู่บ้าน ซึ่งจะแบ่งเป็นกลุ่มๆ ละ 10 คน มีหัวหน้ากลุ่มคอยติดตามเรื่องการประพฤติปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียน การคบเพื่อน การทำกิจกรรมต่าง ๆ  หากพบการกระทำผิด จะมีบทลงโทษให้บำเพ็ญประโยชน์ในชุมชนช่วงปิดเทอม หรือการกวดขันเรื่องยาเสพติด และการจำกัดความเร็วรถมอเตอร์ไซค์ในหมู่บ้าน ห้ามวิ่งเกิน 40 กม/ชม. เป็นต้น
   ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ บรรยากาศที่สุขสงบ และแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์การต่อสู้ในยุคพรรคคอมมิวนิสต์มลายา เป็นเหมือนแม่เหล็กดึงดูดให้คนมาเยือนชุมชนแดนใต้แห่งนี้ แกนนำเยาวชนได้พัฒนาและจัดบริการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และประวัติศาสตร์  ซึ่งเป็นการพาชมพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ กรม 10 ที่ได้รวบรวมประวัติศาสตร์ เรื่องราวชีวิตความเป็นอยู่ การต่อสู้ ผู้คน และวัตถุสิ่งของ  ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือแพทย์ เครื่องมือสื่อสาร อาวุธ ข้าวของเครื่องใช้มาจัดแสดงไว้ ส่วนการเที่ยวเชิงนิเวศเป็นการเดินป่าในพื้นที่ป่าชุมชน ชมพันธุ์ไม้นานาชนิดโดยเฉพาะไม้เฉพาะถิ่น อาทิ สยาแดง สยาขาว ยวน กุหลิม กระบาก ตะเคียนทอง กาลอ หรือจะล่องแก่งต้นน้ำแม่น้ำสายบุรี  ใครอยากโดดกระโจนดำผุดดำว่ายน้ำก็สามารถทำได้อย่างสบายใจ

   และเมื่อชื่นชมกับบรรยากาศธรรมชาติเต็มอิ่มแล้ว ก็มาอิ่มท้องกันแบบพิเศษและฟินสุดๆ เพราะเป็นข้าวที่หุงด้วยกระบอกไม้ไผ่ในพื้นที่ป่าแบบเดียวกับในอดีต  รวมถึงกับข้าวแบบฉบับชุมชนเอาไว้บริการ อย่างซุปคอมมิวนิสต์ ปลาคลองทอด (ปลาตืองะ ปลาบารา ปลาบาตูฮูลู) ยำผักกูด แกงพริกหยวกกล้วย ผัดผักเหมียง น้ำพริกรสเด็ด แล้วต่อด้วยขนมนีเล็ง ที่ทำจากใบผักเหมียง กินกับน้ำดอกดาหลา อร่อยเข้าไปอีก ยิ่งถ้ามาเที่ยวกันช่วงของป่ากำลังออกผล  ก็จะได้กินของอร่อยไปอีกอย่างเช่น ประ สะตอ และเนียงนก ยิ่งพูดยิ่งชวนหิว
ความสมบูรณ์เช่นนี้ของชุมชนบ้านจุฬาภรณ์พัฒนา12 จึงเป็นแบบอย่างการใช้ต้นทุนทางสังคม ผสมกับการเรียนรู้จากภายนอก  เป็นชุมชนต้นแบบที่สามารถฟื้นฟูสันติภาพและคุณภาพชีวิต หลังยุคความขัดแย้งด้านอุดมการณ์ทางการเมือง จนได้รับรางวัลลูกโลกสีเขียว ประเภทชุมชนปี 2554 และอยู่ระหว่างการเสนอเข้าพิจารณาให้รับรางวัล “สิปปนนท์ เกตุทัต” รางวัลแห่งความยั่งยืน ในปีนี้ 
   ไกลสุดชายแดนประเทศก็มีสิ่งสวยงามให้ชื่นชม ดื่มด่ำกับธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ เรียนรู้ประวัติศาสตร์ สัมผัสถึงน้ำใจไมตรีของผู้คน และลิ้มรสอาหารดั้งเดิมที่หาไม่ได้ที่ไหน...

สอบถามข้อมูลโปรแกรมท่องเที่ยวได้ที่ คุณอภิสิทธิ์ บินซา โทร 087 967 3076 และคุณดรอแม บินซา โทร 082 263 9600


58