590

จาก “ผีเสื้อขยับปีก” สู่ “พลังเครือข่ายลูกโลกสีเขียว

งานพิธีมอบ “รางวัลลูกโลกสีเขียว” ครั้งที่ 16 ประจำปี 2557 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-26 พฤศจิกายน 2557 ในบริเวณงานมีกิจกรรมและนิทรรศการต่างๆ รวมถึงร้านค้าให้เลือกซื้อมากมาย โดยแต่ละชุมชนชนจะนำของดีมาอวดมาโชว์กัน ทั้งสมุนไพรพื้นบ้าน ต้นไม้ ผัก ผลไม้ และผลิตภัณฑ์ต่างๆที่สร้างรายได้ให้กับชุมชน และยังเป็นช่วงเวลาที่พ่อแม่พี่น้องได้มาพบปะเพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางการดูแลรักษาธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม และต่อกลุ่มคนที่มีวิถีเดียวกัน

ในช่วงเช้าวันแรก พิธีการเริ่มต้นด้วยการกล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงานโดย ดร.ส่งเกียรติ ทานสัมฤทธิ์ กรรมการและเลขานุการมูลนิธิพลังที่ยั่งยืน จากนั้น ดร.สมศักดิ์ สุขวงศ์ ที่ปรึกษาอาวุโสศูนย์ รีคอฟเพื่อคนและป่า ประธานคณะกรรมการจัดการรางวัลลูกโลกสีเขียว กล่าวเปิดงานพร้อมปาฐกถาเรื่อง “สิทธิการจัดการป่าของชุมชน” โดยท่านได้เล่าให้ฟังว่า มีหลายประเทศพบว่า ป่าชุมชนช่วยสร้างวิถีชีวิตของคนชนบท ลดการทำลายป่าช่วยปรับปรุงให้สภาพป่าดีขึ้น และช่วยสร้างธรรมาภิบาลที่ดี

ในปัจจุบันหลายๆประเทศในเอเชียมีการผ่องถ่ายการถือครองที่ดินไปสู่ชุมชนท้องถิ่นมากขึ้น เนื่องจากความล้มเหลวของการจัดการป่าโดยภาครัฐ ประการสอง รัฐบาลได้ปฏิรูปการถือครองที่ดินใหม่ เพื่อลดช่องว่างความไม่เสมอภาคของเมืองกับชนบท ประการที่สามคือ มีการเคลื่อนไหวระดับโลกเรื่องสิทธิกลุ่มชาติพันธุ์ และประการสุดท้ายตั้งแต่ปี พ.ศ.2530 เป็นต้นมา หลายประเทศกระจายอำนาจเรื่องป่าไม้สู่ท้องถิ่นมากขึ้น

โมเดลป่าชุมชนของไทยตลอด 20 ปีที่ผ่านมา มีหลากหลายรูปแบบ โดยดูได้จาก “รางวัลลูกโลกสีเขียว” ของเรา ขึ้นอยู่กับว่ามีป่าแบบไหน พื้นที่ประเภทไหน บางแห่งเน้นการผลิต บางแห่งต้องการให้ป่ารักษาน้ำเพื่อป้อนอ่างเก็บน้ำ บางแห่งเน้นการฟื้นฟูป่า และบางแห่งรักษาไว้เพียงเพื่อให้มีป่า ดังนั้น เรื่องการถือครองที่ดินจึงสำคัญ  เพราะเราอยากสนับสนุนให้เกิดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน และอยากให้มีนโยบายที่เกี่ยวข้อง รัฐควรต้องเข้าใจทิศทางและผลกระทบที่เกิดขึ้นกับชาวบ้านในท้องถิ่น ทุกวันนี้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆเกิดขึ้นมากมาย ทุนต่างชาติหลั่งไหลเข้ามา การทุจริตคอรัปชั่นยังเป็นปัญหาสำคัญ เราจึงควรกลับมาดูว่าเราจะสร้างความยั่งยืนของระบบนิเวศ ตลอดจนความมั่นคงทางาหารของประเทศได้อย่างไร

เมื่อจบปาฐกถาของ ดร.สมศักดิ์ ก็ต่อด้วยเวทีเสวนาในหัวข้อเดียวกัน  เพื่อเปิดโอกาศให้เครือข่ายลูกโลกสีเขียวที่มาร่วมงานได้เพิ่มเติมประสบการณ์เรื่องกลุ่มสิทธิการจัดการป่าของภาคประชาชนในประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน โดยในเรื่องการจัดการป่า ของ สปป.ลาว จะเน้นให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม กฎกติกาในการดูแลป่าจะมาจากล่างขึ้นบน นั้นคือ ชาวบ้านจะเป็นคนร่างระเบียบก่อน มีการทดลองใช้ หากเหมาะสม จึงนำระเบียบนั้นไปให้นายอำเภอรับรอง

ในช่วงบ่าย เป็นพิธีการมอบรางวัลจากคุณอานันท์ ปันยารชุน ประธานกรรมการสถาบันลูกโลกสีเขียว และประธานคณะกรรมการตัดสินรางวัลลูกโลกสีเขียว โดยในปีนี้ มีผู้รับรางวัลทั้งสิ้น 53 ผลงาน แบ่งเป็นประเภทชุมชน 11 ผลงาน ประเภทบุคคล 4 ผลงาน ประเภทกลุ่มเยาวชน 7 ผลงาน ประเภท    “สิปปนนท์ เกตุทัต รางวัลแห่งความยั่งยืน” 10 ผลงาน ประเภทสื่อมวลชน 3 ผลงาน ประเภทงานเขียน 2 ผลงาน และประเภทเรียงความเยาวชน 16 ผลงาน

วันที่สองของงาน เป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ในประเด็น “สิทธิการจัดการป่าของชุมชนในอาเซียน” โดยแบ่งเป็น 3 ห้อง ได้แก่ 1.การสนับสนุนให้เกิด “กลุ่มสิทธิ” ในการจัดการป่าชุมชนโดยภาครัฐ  2.วิถีสมดุลระหว่างการพัฒนา การผลิต และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม 3.การเชื่อมโยงภูมิปัญญา-ความเชื่อกับวิทยาการ เพื่อสร้างความหลากหลายทางชีวภาพ

เนื้อหาโดยสรุปจากการเสวนา กระบวนการสิทธิชุมชนท้องถิ่นในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติเกิดขึ้นมาอย่างยาวนาน  การพัฒนาที่ยั่งยืนจำเป็นต้องสร้างความสมดุลด้านระบบนิเวศ เศรษฐกิจ สังคม และสุขภาพเสียก่อน โดยเริ่มจากการสร้างกระบวนการเรียนรู้และพัฒนาฐานความรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งจะดำเนินไปพร้อมกับการปฏิบัติให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรม การสื่อสารกับสังคม สร้างการมีส่วนร่วมตั้งแต่ระดับท้องถิ่น ขยายบทบาทเพื่อให้ภาคส่วนต่างๆในสังคมเข้ามาขับเคลื่อนให้มากขึ้น

สิทธิของชุมชนในการจัดการทรัพยากรท้องถิ่น เป็นสิทธิตามธรรมชาติในการใช้ประโยชน์และจัดการทรัพยากร แม้จะมีกฎหมายหรือไม่ก็ตาม ส่วนสิทธิที่ได้จากภาครัฐ หรือหน่วยงาน จะเป็นการหนุนเสริมให้สิทธิของชุมชนมีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น

งาน พิธีมอบ “รางวัลลูกโลกสีเขียว” ครั้งที่ 16 ประจำปี 2557 ดำเนินถึงช่วงสุดท้ายด้วยการร้องเพลง “ลูกโลกสีเขียว” ร่วมกัน และการแสดงพันธสัญญาต่อกันว่า “พวกเราเครือข่ายลูกโลกสีเขียว ขอรวมในเป็นหนึ่งเดียว ดูแลปกป้องทรัพยากร ดิน น้ำ ป่า ให้ยั่งยืน ด้วยชีวิต และจิตวิญญาณของเรา เพื่อฝากไว้เป็นมรดกแก่ลูกหลาน และเป็นทรัพย์สินแห่งแผ่นดิน ตราบนานเท่านาน”
 


590