763

ชุมชนบ้านสระแก้ว จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ร่วมรักษ์ป่าต้นลำธารแม่น้ำตาปี รุกขมรดกอันล้ำค่าแห่งชาติ


ชุมชนบ้านสระแก้วเป็นคนพื้นเพเดิมมาจากหลายจังหวัด ทั้งจากนครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา เข้ามาจับจองผืนป่าที่ราบต่ำ เนื้อที่ 472 ไร่ ในเขตปฏิรูปที่ดิน สปก. ที่มีสระน้ำไม่เคยแห้ง เชื่อกันว่าเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ชุมชนได้ร่วมกันต่อสู้กับบริษัทที่จะเข้าสัมปทานป่า และนายทุนเข้ามาขยายพื้นที่ปลูกปาล์ม จนกระทั่งสูญเสียพระภิกษุถาวร กรดนวล ซึ่งถูกลอบยิงจนมรณภาพ เหตุการณ์ครั้งนั้นปลุกจิตสำนึกรักป่า การมุ่งมั่นปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและการรักษาป่าสุดท้ายของชุมชน ใช้มาตรการลาดตระเวนอย่างเข้มข้น แบ่งแนวเขตป่ากับที่ทำกิน โดยใช้ถนนล้อมรอบแนวป่า ออกกฎระเบียบ ปลูกป่าเสริม จนขึ้นทะเบียนเป็นป่าชุมชนเมื่อปี พ.ศ. 2551 และได้รับรางวัลลูกโลกสีเขียวเมื่อปี พ.ศ. 2552 ปัจจุบันผืนป่าเก่าแก่จนอาจเรียกว่า “ป่าโบราณ” ที่มีขนาดต้นไม้ขนาดใหญ่อายุมากกว่า 100 ปี มีความหลากหลายทางชีวภาพ ทั้งชนิดพันธุ์พืชและสัตว์ รวมถึงระบบนิเวศ อีกทั้งมีต้นไม้หายาก พันธุ์พืชท้องถิ่นจำนวนมาก และนกแต้วแล้วท้องดำ ที่ใกล้จะสูญพันธุ์ ได้รับการคัดเลือกให้เป็นรุกขมรดกของแผ่นดินทั้งผืนป่า รวมถึงขยายไปดูแลผืนป่าต้นน้ำร่วมกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองพระยาพื้นที่ประมาณ 7,000 ไร่ เพื่อเป็นแหล่งน้ำของชุมชน ป่ายังสร้างรายได้จากอาหารธรรมชาติที่มีในป่าปีละเกือบ 4 แสนบาท


ภูมิหลังของชุมชน

            บ้านสระแก้ว จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นหมู่บ้านที่ย้ายถิ่นมาจาก จ.นครศรีธรรมราช พัทลุง กระบี่ และสุราษฎร์ธานี หลังเกิดวาตภัยในปี พ.ศ.2507 ได้เข้ามาจับจองที่ทำกิน ปลูกต้นยางพารา และทำสวนกาแฟ บริเวณใกล้ๆ ป่าสระ และได้พบสระน้ำที่สะอาด ซึ่งตั้งอยู่บนเนินที่ร่มรื่น มีต้นไม้หนาแน่น ชาวบ้านถือเป็นเรื่องมหัศจรรย์อย่างยิ่งจึงช่วยกันอนุรักษ์ไว้ และห้ามมิให้ใครตัดต้นไม้ คำว่า “สระแก้ว” มาจากสระน้ำ 2 แห่ง ในพื้นที่ป่าชุมชน ซึ่งน้ำในสระมีระดับน้ำผิดปกติ คือ ช่วงฝนตกน้ำจะแห้ง ช่วงฝนแล้งน้ำจะมาก ทำให้เป็นที่ประหลาดใจแกผู้พบเห็น ชาวบ้านจึงเรียกกันว่า “สระแก้ว”

ในขณะนั้นบ้านสระแก้วตั้งอยู่ หมู่ 2 ต.สองแพรก อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2524 ได้แยกจากอำเภอพระแสง เป็นกิ่งอำเภอชัยบุรี และหมู่บ้านสระแก้ว อยู่ในหมู่ 10 ต.ชัยบุรี กิ่งอำเภอชัยบุรี โดยมีนายไวย์ ช่วยบำรุง เป็นผู้ใหญ่บ้านคนแรก ในปี พ.ศ. 2531 ได้มีการแยกตำบลออกจากกิ่งอำเภอชัยบุรี โดยบ้านสระแก้ว อยู่ในหมู่ 4 บ้านควนสระ ต.ไทรทอง กิ่งอำเภอชัยบุรี จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2539 ได้แยกหมู่บ้านออกจาก หมู่ 4 บ้านควนสระ มาเป็นบ้านสระแก้ว หมู่ 8 ต.ไทรทอง อ.ชัยบุรี  มีผู้ใหญ่บ้านคือ นายไวย์ ช่วยบำรุง และนายถาวร คงโอ เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน

ความเชื่อว่า สระน้ำทั้งสองแห่งในป่าชุมชนมีเทวดาปกปักรักษาอยู่ เนื่องจากตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามีราษฎรหลายคนในชุมชนประสบกับเหตุการณ์เหนือธรรมชาติหลายๆ ครั้ง เช่น คนทรงทักชาวบ้านที่ขอหวยจากสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ ขอแลก 1 ชีวิตจะให้หวยตัวตรง ยังมีอีกหลายเหตุการณ์ ทำให้คนในชุมชนมีความเชื่อว่า ป่าแห่งนี้มีเทวดาดูแลรักษาอยู่ จึงไม่มีใครในชุมชนกล้ามาทำลายป่าแห่งนี้

 

ความโดดเด่นของผลงานช่วงรางวัลลูกโลกสีเขียว ประเภทชุมชน ปี 2552

ชุมชนสระแก้วรักษาผืนป่าที่ราบต่ำ บนเนื้อที่ 472 ไร่ ในเขตปฏิรูปที่ดิน สปก. ประกอบด้วยผู้คนหลายจังหวัด หลายวัฒนธรรมทั้ง เขา นา เล  ซึ่งหลั่งไหลเข้ามา หวังตั้งถิ่นฐานใหม่ ช่วยกันปกปักรักษาที่ทำกินและป่าใหญ่ที่หล่อเลี้ยงชีวิต ต่อสู้กับบริษัทที่ได้เข้ามาสัมปทานป่าที่ชาวบ้านดูแลอยู่ จนบริษัทต้องยอมถอยออกไป หลังจากนั้นต้องเผชิญกับการที่นายทุนจากข้างนอกมายึดพื้นที่เพื่อปลูกปาล์ม การต่อสู้เริ่มขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้พระภิกษุถาวร กรดนวล ถูกลอบยิงจนมรณภาพ ความสูญเสียที่เกิดขึ้นกระตุ้นความคิดเรื่องการอนุรักษ์และการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติอย่างจริงจัง จุดประกายแนวคิดการจัดทำป่าชุมชนมาใช้เป็นเครื่องมือการรักษาป่า เริ่มจากกันพื้นที่ป่าออกจากที่ทำกินอย่างชัดเจน โดยจัดทำถนนเป็นแนวเขต ห้ามการบุกรุกทำกินในเขตอนุรักษ์ เฝ้าระวังและลาดตระเวนการบุกรุก ออกกฎระเบียบที่ถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด การปลูกป่าเสริมในป่าชุมชน เช่น กระถินเทพา ลองกอง มังคุด ผักเหมียง ฯลฯ มีการจัดตั้งคณะกรรมการดูแลป่า 3 ชุด คือ กรรมการรักษาป่าชุมชน กรรมการบริหาร และคณะกรรมการเยาวชน และปี พ.ศ. 2551 ขึ้นทะเบียนเป็นป่าชุมชนกับกรมป่าไม้ สร้าง "กลุ่มเยาวชนอาสาสมัครพิทักษ์ป่า" เพื่อถ่ายทอดเจตนารมณ์และสำนึกรักป่าแก่ลูกหลาน 

 

การปรับเปลี่ยนหลังจากได้รับรางวัลลูกโลกสีเขียว ประเภทชุมชน ปี 2552

ชุมชนยังคงดูแลและอนุรักษ์พื้นที่ป่าชุมชนบ้านสระแก้วเนื้อที่ 472 ไร่ ในพื้นที่ สปก. สภาพเป็นป่าดิบชื้นที่ราบต่ำ มีความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 100 เมตร อายุต้นไม้มากกว่า 100 ปี จากการสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพในป่าดิบชื้นที่ราบต่ำ ป่าชุมชนบ้านสระแก้วร่วมกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ พบพันธุ์ไม้เด่น คือ ยางเสียน ยางนา กระบาก และเคี่ยม เป็นต้น พันธุ์ไม้รองคือ เสี้ยน นวล เปล้า เต่าร้าง และเสม็ดแดง เป็นต้น และพันธุ์ไม้พื้นล่าง คือ พันธุ์ไม้วงศ์ขิง-ข่า และวงศ์บุก-บอน เป็นต้น รวมถึงเป็นแหล่งที่อยู่ของสัตว์ เช่น หมูป่า ลิง กระรอก กระจง เต่า นกหลากหลายชนิด เช่น นกหัวขาว นกพร้าว รวมทั้งพบนกแต้วแล้วท้องดำ 1 คู่ และผึ้ง ต่อ ในผืนป่าเป็นจำนวนมาก ทำให้ช่วยผสมเกสรให้กับแปลงเกษตรของชาวบ้าน ทั้งปาล์มน้ำมัน และพืชอาหาร

การร่วมดูแลผืนป่าต้นน้ำในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองพระยา พื้นที่ 7,000 ไร่ เพื่อเป็นแหล่งต้นน้ำของชุมชน สภาพพื้นที่ประกอบด้วยภูเขาสูงสลับซับซ้อน ซึ่งเป็นภูเขาหินปูนที่มีลักษณะเป็นพื้นที่หินปูนที่มีน้ำฝน น้ำท่าชะ ละลายหินออกไปมากจนเป็นตะปุ่มตะป่ำเต็มไปด้วยหลุม บ่อ ถ้ำ และทางน้ำใต้ดินที่น้ำละลายเอาเนื้อหินปูนแทรกซึมหายลงไป พื้นที่แบบนี้มักเป็นที่แห้งแล้งและมีธารน้ำที่ไหลลงที่ต่ำในหน้าหิน แต่ตอนปลายธารน้ำจะมุดดินและมีความลาดชันเฉลี่ยประมาณ 30% ทำให้มีป่าไม้ที่สมบูรณ์และเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด รวมทั้งเป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญของคลองยา คลองโตรม และคลองอิปัน ซึ่งเป็นต้นน้ำลำธารของแม่น้ำตาปี ที่ไหลออกสู่ทะเลที่อ่าวบ้านดอน จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีพันธุ์ไม้ทั้งหมด 126 ชนิด 50 วงศ์พรรณไม้ชั้นเรือนยอดเด่น เช่น ยางเสียน ยางขน ตะเคียนหมี ตะเคียนสามพอน ตะเคียนทราย ตะเคียนหิน พะยอมเขา กระบาก ไข่เขียว เป็นต้น ส่วนสัตว์ป่าที่สำคัญ เช่น สมเสร็จ อีเก้ง กระทิง ลิง ค่างและกวาง เป็นต้น

การขออนุญาตจากกรมป่าไม้ ในการขอใช้พื้นที่เพื่อตั้งสำนักสงฆ์เป็นที่เรียบร้อยในพื้นที่ 15 ไร่ โดยชุมชนใช้ศาลาในพื้นที่ป่าชุมชน เพื่อประชุมหมู่บ้านทุกวันที่ 9 ของเดือน เป็นการพูดคุยเรื่องต่าง ๆ ในชุมชน โดยมีผู้เข้าประชุมครั้งละประมาณ 70-80 คน รวมถึงใช้จัดงานในเทศกาลสำคัญๆ เช่น สาร์ทเดือนสิบ รดน้ำผู้เฒ่าในวันสงกรานต์

การทำเส้นทางศึกษาธรรมชาติในพื้นที่ป่าชุมชนระยะทาง 1,500 เมตร เพื่อใช้เป็นแหล่งศึกษาเรียนป่าที่ราบต่ำ โดยได้รับงบสนับสนุนจากกรมป่าไม้ และร่วมกับเจ้าหน้าที่ศูนย์ส่งเสริมวนศาสตร์ชุมชนที่ 12 (สุราษฎร์ธานี) กรมป่าไม้ สร้างการเรียนรู้การวัดคาร์บอนในพื้นที่ป่าชุมชน 472 ไร่ โดยวางแปลงตัวอย่างถาวร จำนวน 10 แปลง และจัดเก็บข้อมูล ระดับความสูงของพื้นที่ เก็บข้อมูลชนิดพันธุ์ไม้ ขนาดความสูง ความโต และค่าพิกัดต้นไม้ พบว่า ป่าชุมชนบ้านสระแก้วสามารถดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้ทั้งสิ้น 38,468.43 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ และการปลูกต้นไม้ริมเขตถนนของป่าชุมชน เช่น จำปาทอง ตะเคียนทอง โดยได้รับการสนับสนุนพันธุ์ไม้จากศูนย์ศึกษาวนศาสตร์ชุมชน ที่ 8 จ.ตรัง

การลาดตระเวนป่าต้นน้ำร่วมกับเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองพระยา เดือนละ 1 ครั้ง เพื่อป้องกันการบุกรุกป่า ซึ่งพื้นที่ป่าบกใช้จัดทำน้ำประปา ใน 2 หมู่บ้าน 2 จังหวัด คือ บ้านสระแก้ว จ.สุราษฎร์ธานี และบ้านเขาวัดพลัด ต.หน้าเขา อ.เขาพนม จ.กระบี่

ด้วยความสมบูรณ์ของผืนป่าที่ราบต่ำ ทำให้ได้รับการคัดเลือกให้เป็นรุกขมรดกของแผ่นดินทั้งผืนป่า โดยกระทรวงวัฒนธรรม และมีเกณฑ์ที่สำคัญ เช่น เป็นต้นไม้ขนาดใหญ่และมีอายุยาวนาน มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ และมีความสำคัญต่อชุมชน หรือมีตำนานเรื่องเล่าประกอบ อยู่ในพื้นที่ที่มีความสำคัญทางวัฒนธรรมหรือสถานที่สำคัญต่าง ๆ เป็นต้นไม้หายาก หรือใกล้สูญพันธุ์ และอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม โดยได้รับการดูแลที่ดี เป็นต้น รวมถึงเป็นแหล่งใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่า จาก 4 หมู่บ้าน 2 จังหวัด คือ บ้านสระแก้ว และบ้านควนสระ ต.ไทรทอง อ.ชัยบุรี จ.สุราษฎร์ธานี และบ้านควนพน ต.ชัยบุรี อ.ชัยบุรี จ.สุราษฎร์ธานี และบ้านควนพน ต.เขาดิน อ.เขาพนม จ.กระบี่ จากการเก็บหน่อไม้ ประมาณ 24,000 บาท/ปี หน่อไผ่เกียบ 20,000 บาท/ปี สะตอ 5,000 – 8,000 บาท/ปี ระกำ 4,000 บาท/ปี น้ำผึ้งรวง 250,000 บาท/ปี เห็ดโคน เห็ดจูน เห็ดขาไก่ เห็ดสระ 75,000 บาท/ปี หวายทำด้ามไม้กวาด

 

ชุมชนบ้านสระแก้ว

หมู่ 8 ต.ไทรทอง อ.ชัยบุรี จ.สุราษฎร์ธานี

ประสานงาน : นายอำนวย  อ่อนเย็น (ผู้ใหญ่บ้าน)

15 หมู่ 8 ต.ไทรทอง อ.ชัยบุรี จ.สุราษฎร์ธานี 84000 โทร. 089 288 7379

ประชากร : 293 ครัวเรือน 763 คน นับถือศาสนาพุทธ อาชีพ สวนยางพารา สวนปาล์ม และปลูกผักไว้กินเองรอบๆ บ้าน

พื้นที่ดำเนินงาน : 

  • ป่าชุมชนบ้านสระแก้ว มีเนื้อที่ 472 ไร่ ในพื้นที่ สปก. สภาพเป็นป่าดิบชื้นที่ราบต่ำ มีความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 100 เมตร พบพันธุ์ไม้เด่น คือ ยางเสียน ยางนา กระบาก และเคี่ยม เป็นต้น พันธุ์ไม้รอง คือ เสี้ยน นวล เปล้า เต่าร้าง และ เสม็ดแดง เป็นต้น และพันธุ์ไม้พื้นล่าง คือ พันธุ์ไม้วงศ์ขิง-ข่า และ วงศ์บุก-บอน เป็นต้น รวมถึงสัตว์ป่า เช่น หมูป่า ลิง กระรอก กระจง เต่า นกหลากหลายชนิด เช่น นกหัวขาวน นกพร้าว พบนกแต้วแล้วท้องดำ 1 คู่ และผึ้ง ต่อ ที่มีในผืนป่าเป็นจำนวนมาก ทำให้ช่วยผสมเกสรให้กับแปลงเกษตรของชาวบ้าน ทั้งปาล์มน้ำมันและพืชอาหาร
  • พื้นที่ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองพระยา พื้นที่ 7,000 ไร่ สภาพพื้นที่ประกอบด้วยภูเขาสูงสลับซับซ้อน ซึ่งเป็นภูเขาหินปูน ที่มีลักษณะเป็นพื้นที่หินปูนที่มีน้ำฝน น้ำท่าชะ ละลายหินออกไปมากจนเป็นตะปุ่มตะป่ำเต็มไปด้วยหลุม บ่อ ถ้ำและทางน้ำใต้ดินที่น้ำละลายเอาเนื้อหินปูนแทรกซึมหายลงไป พื้นที่แบบนี้มักเป็นที่แห้งแล้งและมีธารน้ำที่ไหลลงที่ต่ำในหน้าหิน แต่ตอนปลายธารน้ำจะมุดดินและมีความลาดชันเฉลี่ยประมาณ 30% ทำให้มีป่าไม้ที่สมบูรณ์และเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด รวมทั้งเป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญของคลองยา คลองโตรม และคลองอิปัน ซึ่งเป็นต้นน้ำลำธารของแม่น้ำตาปี ที่ไหลออกสู่ทะเลที่อ่าวบ้านดอน จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ระยะเวลาในการทำงานอนุรักษ์ : ปี พ.ศ. 2528 - ปัจจุบัน (รวม 39 ปี)


763