องค์กรป่าชุมชนบ้านนาผักก้าม-บ้านนนาเจริญ จังหวัดเลย
ดำรงป่าดั้งเดิมด้วยความเชื่อ “เครือเถาหลง” รณรงค์พืชเกษตรหลากหลาย ขยายเครือข่ายอนุรักษ์
องค์กรป่าชุมชนบ้านนาผักก้าม-บ้านนาเจริญ จัดตั้งขึ้นด้วยความเชื่อ ความเคารพศรัทธาที่มีต่อป่า ชุมชนบ้านนาผักก้ามและชุมชนบ้านนาเจริญจึงร่วมมือกัน เพื่อที่จะรักษาป่าชุมชนร้องนาเอี่ยนผืนนี้ให้คงอยู่ ร่วมกันร่างกฎระเบียบป่าชุมชนขึ้น ประกอบกับได้รับพระราชทาน “ธงพิทักษ์ป่า เพื่อรักษาชีวิต” ซึ่งเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของราษฎรในชุมชนในการอนุรักษ์พื้นที่ป่าชุมชน จนปัจจุบันการอนุรักษ์ส่งผลให้มีการเปลี่ยนวิถีการเกษตรจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยวที่ใช้สารเคมีมาก มาเป็นพืชที่ไม่ใช้สารเคมีและปลูกพืชที่มีความหลากหลายมากขึ้น และการปลูกพืชผักไว้บริโภคเองในครัวเรือน การปลูกกาแฟส่งมาอบแห้งเพื่อแปรรูป มีคนรุ่นใหม่มาขับเคลื่อนการพัฒนา
เศรษฐกิจชุมชน ทำให้ชาวบ้านมั่นใจ ส่งผลให้หนี้เสียของชาวบ้านลดลง เศรษฐกิจของชุมชนดี เข้มแข็งขึ้น และคณะกรรมการป่าชุมชนไปเป็นคณะกรรมการป่าชุมชนระดับจังหวัด 2 - 3 คน จึงสามารถสร้างเครือข่ายเชื่อมต่อโดยใช้ป่าผืนนี้เป็นต้นแบบ ผลักดันให้ป่าอื่นๆ ในตำบลใกล้เคียง ขึ้นทะเบียนป่าชุมชนจำนวน 22 ป่า ได้สำเร็จ
ความโดดเด่นของผลงานช่วงรางวัล ลูกโลกสีเขียว ประเภทชุมชน ปี 2552
- ใช้ความเชื่อในการอนุรักษ์ป่า “ป่านี้มีผีและเครือเถาหลง” ผู้ใดเข้าไปในป่าเมื่อข้ามหรือลอดเครือเถาหลงแล้วจะหลงอยู่ในป่า เป็นป่าศักดิ์สิทธิ์และต้องห้าม
- ให้ประโยชน์แก่คนในชุมชนได้พึ่งพิงในด้านแหล่งอาหาร ยาสมุนไพร ทั้งรักษาโรคและบำรุงกำลัง และยังเป็นแหล่งวิชาการที่สำคัญในการศึกษาค้นคว้าต่อไปในอนาคต
- กลายเป็น “ป่าต้นแบบ” ที่สามารถสร้างความชุ่มชื้นให้กับชาวบ้านและชุมชนรอบข้างได้นำไปเป็นแบบอย่าง และเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์ป่ามากขึ้น
- มีไม้หายากและพืชใกล้สูญพันธุ์มากมาย เช่น ต้นค้อ 3 สายพันธุ์ โดยเฉพาะค้อเขียว เร่วหรือหมากเหน่งที่มีหลายสายพันธุ์
การปรับเปลี่ยนหลังจากได้รับรางวัลลูกโลกสีเขียว ประเภทชุมชน ปี 2552
ชุมชนสามารถที่จะรักษาป่าดิบแล้งและป่าดิบชื้นที่สมบูรณ์มาก มีต้นค้อ 3 สายพันธุ์ ต้นหมากเร่ว 4 สายพันธุ์ ซึ่งไม้ที่พบในป่าแห่งนี้มีอายุยาวนานมาก
ยังคงความเชื่อของชาวบ้านเรื่องการหลงป่าเพราะผีและเครือเถาหลง มาก่อนการดำเนินงานอนุรักษ์ ทำให้ป่าผืนนี้ไม่ได้มีการบุกรุกและทำลาย
เป็นส่วนที่ทำให้ชาวบ้านไม่ไปรบกวนป่า ชาวบ้านไม่ได้จัดการป่ามากนัก แต่การไม่จัดการคือการจัดการอีกรูปแบบหนึ่ง ใช้แค่ผลพลอยได้จากอาหารจากป่า ได้แก่ เห็ด หน่อไม้ สมุนไพร และหมากค้อ รวมทั้งศรัทธาที่มีต่อ “ธงพิทักษ์ป่า เพื่อรักษาชีวิต” ส่งผลให้ป่าคงสภาพความสมบูรณ์ไว้ได้ดี
ผู้นำเป็นคนในพื้นที่ที่สืบต่อกันมา สร้างเครือข่ายโดยระบบเครือญาติได้อย่างเป็นระบบ และมีกำนัน ผู้นำ และคณะกรรมการป่าชุมชนไปเป็นคณะกรรมการป่าชุมชนระดับจังหวัด 2 - 3 คน ผู้นำสามารถเชื่อมต่อโดยใช้ป่าผืนนี้เป็นต้นแบบ จึงทำให้สามารถสร้างเครือข่ายได้ สามารถผลักดันให้ป่าอื่นๆ ซึ่งอยู่ในตำบลใกล้เคียง ขึ้นทะเบียนป่าชุมชนจำนวน 22 ป่า
การปรับเปลี่ยนพืชเชิงเดี่ยวมาเป็นพืชเศรษฐกิจที่หลากหลายขึ้น จากที่เคยปลูกข้าวโพด ซึ่งเป็นพืชล้มลุก ต้องเปิดหน้าดินบนพื้นที่ลาดชันทุกปี (ส่งผลให้เกิด Erosion) และใช้สารเคมีเยอะ มาสู่การปลูกสับปะรด กาแฟ แมคคาเดเมีย อโวคาโด ซึ่งปลูกแล้วเก็บเกี่ยวผลได้หลายปี รากหยั่งลงดินหลายปีช่วยยึดดินบนพื้นที่ลาดชันได้ดีกว่าการทำไร่ข้าวโพด เป็นการลดใช้สารเคมีไปในตัว ประกอบกับมีคนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นลูกหลานในชุมชนลุกขึ้นมาขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจจากพืชใหม่ทดแทนพืชเชิงเดี่ยว และการใช้แรงงานกำจัดวัชพืชแทนยาฆ่าหญ้า เริ่มมีเกษตรกรบางรายเป็นต้นแบบให้ชุมชนมาสนใจการทำเกษตรอินทรีย์มากขึ้น
รายได้ของชุมชนมาจากการรักษาป่า คือ การเก็บของป่า เห็ด หน่อไม้ ไข่มดแดง น้ำผึ้ง สมุนไพร มีกติกาว่าคนหนึ่งเก็บหน่อไม้ได้ไม่เกิน 10 กิโลกรัมต่อเดือน น้ำผึ้งไม่เกิน 3 ลิตรต่อเดือน เห็ด 10 กิโลกรัมต่อเดือน รังมดแดง 2 กิโลกรัมต่อเดือน เป็นข้อตกลงร่วมกัน สามารถที่จะหารายได้จากป่าที่ควบคู่กับการอนุรักษ์ไปด้วย และการปลูกพืชผักไว้บริโภคเองในครัวเรือน การปลูกกาแฟส่งมาอบแห้งเพื่อแปรรูป มีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนรับซื้อผลผลิต ทำให้ชาวบ้านมั่นใจ ส่งผลให้หนี้เสียของชาวบ้านลดลง เศรษฐกิจของชุมชนดี เข้มแข็งขึ้น
องค์กรป่าชุมชนบ้านนาผักก้าม-บ้านนาเจริญ
บ้านนาผักก้าม หมู่ 4 และบ้านนาเจริญ
หมู่ 5 ต.เหล่ากอหก อ.นาแห้ว จ.เลย 42170
ประสานงาน : นายธนโชติ สิงห์คำ
(กำนันตำบลเหล่ากอหก)
ประชากร
2,685 ครัวเรือน จำนวน 9,420 คน
พื้นที่ดำเนินงาน
ป่าชุมชนร้องนาเอี่ยน ต.เหล่ากอหก อ.นาแห้ว จ.เลย มีพื้นที่ 451 ไร่ 2 งาน
ระยะเวลาในการทำงานอนุรักษ์
ปี 2534 - 2565
สรุปความก้าวหน้าหลังจากได้รับรางวัลในปี 2552
ระบบนิเวศ
- มีแนวเขตที่ชัดเจน จัดทำป้าย หลักเสาปูนแยกแนวเขตระหว่างป่ากับที่ดินทางการเกษตรของชาวบ้านอย่างชัดเจน
- ใช้ความเชื่อในการอนุรักษ์ป่า “ป่านี้มีผีและเครือเถาหลง” ผู้ใดเข้าไปในป่าเมื่อข้ามหรือลอดเถาวัลย์แล้วจะหลงอยู่ในป่า และใช้การบวชป่าเป็นความเชื่อเชิงอนุรักษ์
- การฟื้นฟูสภาพป่าโดยปลูกป่าเพิ่มเติมบริเวณที่เสื่อมโทรมรอบแนวเขต
- เพิ่มการรักษาป่าโดยประสานงานกับทางองค์การบริหารส่วนตำบลเหล่ากอหก ในส่วนของบุคลากร รถบรรทุกน้ำอเนกประสงค์ในการเฝ้าระวังไฟป่าพื้นที่ป่าชุมชนตลอด 24 ชั่วโมง
- ลดการพึ่งพิงป่าที่ใช้เป็นแหล่งอาหาร โดยชาวบ้านในชุมชนปลูกสมุนไพร และหน่อไม้ในพื้นที่ตนเอง
- ใช้วัสดุที่มีอยู่ในพื้นที่ป่ามาประกอบพิธีกรรม เช่น ประเพณีแห่ต้นดอกไม้ ประเพณีแห่ต้นผึ้ง พิธีสู่ขวัญต่อชะตา เป็นต้น
- “แขม” พืชที่ใช้ผลิตไม้กวาด ปัจจุบันสามารถสร้างรายได้ปีละประมาณ 100,000 บาท
การบริหารและจัดการ
- เป็นแหล่งเรียนรู้พืชสมุนไพร แหล่งอาหารตามธรรมชาติของชุมชน
- นำพันธุ์ไม้สมุนไพรจากป่ามาปลูกเสริมไว้ใกล้บ้าน ข้างบ้าน และยังมีการเก็บซังข้าวโพด
สังคมและชุมชน
- ได้เข้าร่วมชี้แจงในที่ประชุมอำเภอแนะนำทุกหมู่บ้านให้จัดตั้งป่าชุมชนครอบคลุมทุกหมู่บ้านจำนวน 22 ป่า ได้สำเร็จ
- โรงเรียนได้บรรจุหลักสูตรการสำรวจพันธุ์ไม้ต่างๆ ในป่าชุมชน และโรงเรียนต่างๆ ก็ได้บรรจุหลักสูตรเพิ่มเติมเช่นกัน
- มีการจัดทำฐานข้อมูลพรรณไม้ป่าชุมชนร้องนาเอี่ยน