กลุ่มเยาวชนรู้รักษ์บึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ
“เรียนรู้แก้ปัญหาน้ำ ฟื้นบึงโขงหลง เฝ้าระวังสิ่งแวดล้อม”
นักเรียนกลุ่มเยาวชนรู้รักษ์บึงโขงหลง เป็นกลุ่มกิจกรรมในโรงเรียนบึงโขงหลงวิทยาคม ที่ได้ร่วมทำหลักสูตรท้องถิ่นกับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม และร่วมกิจกรรมกับโครงการ World Wildlife Fund ประเทศไทย หลังจบกิจกรรมจึงได้เล็งเห็นคุณค่าของทรัพยากรทางธรรมชาติ และได้ก่อตั้งกลุ่มเยาวชนรู้รักษ์บึงโขงหลงขึ้นในปี พ.ศ. 2549 จึงเป็นกลุ่มเยาวชนมีประสบการณ์ในการอนุรักษ์ทรัพยากรบึงโขงหลงกว่า 20 ปี
ด้วยที่ตั้งโรงเรียนอยู่ในพื้นที่ใกล้บึงโขงหลง ซึ่งเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำขนาดใหญ่ ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงโขงหลง และแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติสำคัญ แต่สภาพของพื้นที่เสื่อมโทรมจากปัญหาขยะและร้านค้าที่สร้างรุกล้ำเข้าไปในบึง ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ กลุ่มเยาวชนรู้รักษ์บึงโขงหลง ได้ทำวิจัยเพื่อสะท้อนปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมของชุมชน โดยร่วมงานกับหน่วยงานท้องที่ ท้องถิ่น ในตำบล ศึกษาคุณภาพน้ำ นำความรู้จากการติดตามคุณภาพน้ำไปแก้ปัญหาให้ชุมชน อีกทั้งยังขยายการศึกษาเรื่องพืชต่างถิ่นรุกราน พืชเด่น พืชมีค่า พืชหายาก และใกล้สูญพันธุ์ การจัดการขยะจากการท่องเที่ยว นำไปสู่การเฝ้าระวังผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการท่องเที่ยวในบึงโขงหลงได้เป็นอย่างดี ปัจจุบันกลุ่มเยาวชนมีบทบาทเป็นภาคีเฝ้าระวังทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงโขงหลง และหน่วยงานในพื้นที่ รวมทั้งยังขยายเครือข่ายเพื่อทำกิจกรรมไปยังโรงเรียนประถมศึกษารอบพื้นที่บึงโขงหลงอีกด้วย
กลุ่มเยาวชนรู้รักษ์บึงโขงหลง
จุดเริ่มต้นกลุ่มเยาวชนรู้รักษ์บึงโขงหลง ก่อตั้งขึ้นในปีการศึกษา พ.ศ. 2549 โดยนักเรียนโรงเรียนบึงโขงหลงวิทยาคม ได้เข้าร่วมกิจกรรมในโครงการ “รู้รักษ์บึงโขงหลง” ของโครงการพิเศษโรงเรียนบึงโขงหลงวิทยาคม ที่ได้ทำหลักสูตรท้องถิ่นกับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ในปี พ.ศ. 2547 และเข้าร่วมกิจกรรมกับโครงการองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล หรือ WWF Thailand โดยมีนักเรียนเข้าร่วม จำนวน 15 คน ซึ่งรับสมัครจากนักเรียนที่สนใจกิจกรรมเกี่ยวกับพื้นที่ชุ่มน้ำบึงโขงหลง อาทิเช่น การตรวจหาแพลงก์ตอน (Plankton) ในน้ำบึงโขงหลง การดูนก และการตรวจวัดคุณภาพน้ำ
โรงเรียนบึงโขงหลง ตั้งอยู่ในพื้นที่ใกล้บึงโขงหลง ซึ่งเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำขนาดใหญ่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงโขงหลง เป็นบึงน้ำจืดธรรมชาติที่เกิดจากลำห้วยหลายสายไหลมารวมกัน เป็นส่วนที่ราบน้ำท่วมถึงของแม่น้ำสงคราม น้ำจากบึงไหลลงสู่แม่น้ำสงครามก่อนออกแม่น้ำโขง เป็นแหล่งธรรมชาติที่มีความสำคัญ มีคุณค่าการใช้ประโยชน์เป็นแหล่งประกอบอาชีพและการท่องเที่ยว ได้แก่ ด้านการประมง จัดเป็นแหล่งประมงปลาน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดของชาวบึงกาฬ สามารถสร้างรายได้ให้ชุมชน คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจโดยรวมเท่ากับ 3.12 ล้านบาท/ปี จำแนกจากการประมง 1.73 ล้านบาท/ปี การท่องเที่ยว 0.19 ล้านบาท/ปี และการบริการ 1.20 บาท/ปี
พื้นที่แห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาทำกิจกรรมต่าง ๆ ก่อให้เกิดขยะและของเสีย ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศนำมาสู่การจัดการเพื่อแก้ไขปัญหา โดยกลุ่มเยาวชนรู้รักษ์บึงโขงหลงที่มีความสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมได้ทำการศึกษาเพื่อตรวจสอบคุณภาพน้ำ พบว่า ผลงานการวิจัยของนักเรียนเป็นที่ประจักษ์ต่อหน่วยงานภาครัฐ นำไปสู่การเสนอปัญหาเรื่องน้ำและการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยมีการรื้อถอนร้านค้าที่ยื่นเข้าสู่บึงโขงหลง อันเป็นต้นเหตุของปัญหาน้ำ ทำให้เยาวชนเป็นที่ยอมรับและมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังปัญหาสิ่งแวดล้อม ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่
ตั้งแต่ปีการศึกษา พ.ศ. 2562 จนถึงปัจจุบัน มีนักเรียนที่ทำกิจกรรมในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งในและนอกสถานศึกษาตลอดมา เช่น กิจกรรมจัดการเรียนรู้สิ่งแวดล้อมศึกษา 7Steps คือ กระบวนการสิ่งแวดล้อมศึกษาหรือกระบวนการของ Eco-School โดยมีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมเป็นที่ปรึกษา เป็นกระบวนการพัฒนาโรงเรียนทั้งระบบ เพื่อสนับสนุนกระบวนการเรียนรู้ส่งเสริมและพัฒนานักเรียนให้เติบโตขึ้นเป็นพลเมืองที่มีความรับผิดชอบ ตระหนักต่อปัญหาสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาของท้องถิ่น มีความรู้ความเข้าใจ และพร้อมที่จะมีบทบาทในการป้องกัน ฟื้นฟู รักษาและใช้ประโยชน์จากสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนต่อไป
โรงเรียนบึงโขงหลงได้นำมาใช้ในรูปแบบของการเปิดรายวิชาเพิ่มเติม เพื่อนำกระบวนการไปใช้ในกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและเปิดในรูปแบบการบูรณาการวิชาพื้นที่ชุ่มน้ำบึงโขงหลงกับวิชาอื่น ๆ เป็นเครื่องมือการจัดกระบวนการเรียนรู้เป็นแนวทางในการบริหารจัดการโรงเรียนให้เป็นโรงเรียนด้านการศึกษาและการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ผ่านการบูรณาการระหว่างการมีส่วนร่วมและการเรียนรู้จากการลงมือทำ เริ่มต้นจากฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนไปสู่ชุมชนรอบข้าง ประกอบด้วย 7 ขั้น ดังนี้
1. สำรวจและค้นหาประเด็นการเรียนรู้ ให้ผู้เรียนได้ลงมือศึกษาสำรวจบริบทของสิ่งแวดล้อม ชุมชนวัฒนธรรมและสังคมรอบๆ พื้นที่ศึกษา โดยเลือกค้นหาสิ่งที่สนใจและตั้งคำถามในประเด็นที่สนใจ
2. หาความรู้จากฐาน กระตุ้นให้ผู้เรียนเสาะหาข้อมูลประกอบเพิ่มเติม
3. วิเคราะห์ความสัมพันธ์ของข้อมูล (ภูมินิเวศการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรและผลกระทบ ทั้งทางบวกและทางลบ พร้อมกับหาจุดเชื่อมโยง และความเกี่ยวข้องต่อเนื่องกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนในชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม
4. เรียนรู้สถานการณ์และกำหนดทางเลือก พิจารณาสาเหตุของปัญหาและประเมินผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคม สุขภาพ และชีวิตความเป็นอยู่
5. วางแผนจัดการ ฝึกฝนให้ได้เรียนรู้กระบวนการทำงาน เพื่อแก้ไขปัญหาโดยใช้ความรู้และความเข้าใจ
กลุ่มเยาวชนแกนนำรู้รักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม เยาวชนรู้รักษ์บึงโขงหลง มีการเฝ้าระวังน้ำบึงโขงหลง เพื่อตรวจสอบคุณภาพน้ำ และวิธีการแก้ไขปัญหาจอกหูหนูยักษ์ ซึ่งเป็นพืชรุกรานที่แพร่กระจายสร้างผลกระทบในบึงโขงหลง โดยนำเอาจอกหูหนูยักษ์มาทำเป็นวัสดุคลุมดิน ก่อให้เกิดประโยชน์แก่เกษตรกรในพื้นที่ และนำมาทำปุ๋ย เพื่อสร้างรายได้ อีกทั้งนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมบูรณาการความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมกับมิติความเชื่อ วัฒนธรรม ประเพณี การบูชาหลวงปู่อือลือ ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นที่เคารพของคนในพื้นที่ นอกจากนั้นกลุ่มเยาวชนยังเก็บ แยกขยะจากศาลปู่อือลือ ร่วมกับสำนักศาลปู่อือลือและคนในชุมชน ปัจจุบันมีนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 121 คน มีครูที่ปรึกษาแต่ละกิจกรรม
กลุ่มเยาวชนรู้รักษ์บึงโขงหลง
โรงเรียนบึงโขงหลงวิทยาคม เลขที่ 393 หมู่ 11 บ้านโนนสว่างเหนือ ตำบลบึงโขงหลง อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ
ประสานงาน : นางสุทธิรัตน์ ศรีสงคราม (ครูชำนาญการพิเศษ) โทร. 088 571 1619
ประชากรในโรงเรียน : มีนักเรียนจำนวนทั้งหมด 1,265 คน ประกอบด้วย นักเรียนชาย 577 คน และนักเรียนหญิง 688 คน บุคลากรมีทั้งหมด 62 คน (ผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการ คุณครู และช่าง)
สมาชิกกลุ่ม : ปัจจุบันกลุ่มเยาวชนรู้รักษ์บึงโขงหลง มีจำนวนสมาชิกทั้งหมด 121 คน
เครือข่ายกลุ่ม : โรงเรียนมัธยมประจำตำบลและโรงเรียนระดับประถมศึกษารอบบึงโขงหลง
พื้นที่ดำเนินการ : 1.โรงเรียนบึงโขงหลงวิทยาคม 2.เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงโขงหลง และ 3.ศาลปู่อือลือ ท่าเรือชุมชนและท่าเรือเอกชนรอบบึงโขงหลง
ระยะเวลาในการอนุรักษ์: ปี พ.ศ. 2549 - ปัจจุบัน (รวม 20 ปี)
การบริหารจัดการ/กิจกรรม :
กลุ่มเยาวชนรู้รักษ์บึงโขงหลงก่อตั้งกลุ่มเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในบึงโขงหลงต่อเนื่องกันเป็นเวลายาวนานมากกว่าสิบปี โดยบูรณาการกิจกรรมการเรียนรู้ทั้ง 8 กลุ่มสาระ เน้นการศึกษาประเมินสถานภาพทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่บึงโขงหลงทั้งในมิติวิทยาศาสตร์และสังคมศาสตร์ เฝ้าติดตามสภาวะแวดล้อม ซึ่งจะนำไปสู่การปฏิบัติของหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบพื้นที่โดยตรง
ผลสำเร็จ:
1. เยาวชนแกนนำทำกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมของบึงโขงหลงต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน และขยายเครือข่ายเพื่อทำกิจกรรมไปยังโรงเรียนประถมศึกษารอบพื้นที่บึงโขงหลง โดยใช้กิจกรรมกลุ่มผ่านกระบวนการเรียนรู้ในรูปแบบโครงงานอย่างต่อเนื่องเช่น โครงการเปลี่ยนจอกหูหนูให้เป็นวัสดุคลุมดิน การทำปุ๋ย และการศึกษาคุณภาพน้ำของบึงโขงหลง
2. ผลการศึกษาด้านคุณภาพน้ำ พืชต่างถิ่นรุกราน พืชมีค่าหายาก และใกล้สูญพันธุ์ พืชเด่น การจัดการขยะจากการท่องเที่ยวฯ นำไปสู่การแก้ไขปัญหาเพื่อลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมร่วมกับภาคราชการ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการท่องเที่ยวในบึงโขงหลง และองค์กรพัฒนาเอกชนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการร่วมเป็นภาคีเฝ้าระวังด้านทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมในจังหวัด
3. ในปี พ.ศ. 2563-2566 โรงเรียนบึงโขงหลงวิทยาคม ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการวิจัยวิทยาศาสตร์โลกทั้งระบบ ของโครงการ GLOBE Program ของ NASA และได้รับคัดเลือกให้นำเสนอผลงานวิจัยวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมของสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงศึกษาธิการ และในปี พ.ศ. 2564 – 2565 ได้รับคัดเลือกให้เป็นโรงเรียนพลังงานชุมชน และได้รับโล่พระราชทานโครงการลดเมืองร้อนด้วยมือเรา ปีที่ 12 ของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด
การสนับสนุนจากองค์กรหรือหน่วยงาน
- เทศบาลบึงโขงหลง สนับสนุนในด้านการให้ความรู้การแยกขยะและการอบรมเยาวชนแกนนำ
- เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงโขงหลง สนับสนุนวิทยากรในการจัดกิจกรรมการสำรวจข้อมูลสภาพแวดล้อม บึงโขงหลง
- ตำหนักปู่อือลือและชุมชนบ้านดอนกลาง สนับสนุนวิทยากรการตรวจวัดคุณภาพน้ำโดยใช้ Bio Index
- สำนักงานพลังงานจังหวัดบึงกาฬ สนับสนุนเครื่องสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์