ปีที่ 7 ฉบับที่ 26 คนกับสายน้ำ... ความผูกพันที่อยู่กันไปอีกแสนนาน...

วัฒนธรรมน้ำ น้ำในวัฒนธรรมไทย
   จิตรกรรมในฝาผนังและภาพในสมุดข่อยของไทยล้วนแต่เต็มไปด้วยรูปพญานาคหรือลำนํ้าขดเป็นวงหมุนตามเข็มนาฬิกาลงมาจากเขาพระสุเมรุ รูปลักษณ์ดังกล่าวที่เก่าแก่กว่าของไทยซึ่งผู้เขียนอยากนำมาเปรียบเทียบคือรูปที่เขียนโดยหลวงจีนเฮียวเน็นซิง ผู้เดินธุดงค์จากจีนไปยังอินเดียในพุทธศตวรรษที่ 12ในภาพที่ว่านี้จะเห็นต้นกำเนิดของแม่นํ้าสำคัญๆ หลายสายของทวีปเอเชียไหลวนจากภูเขาหิมาลัยมาหล่อเลี้ยงชีวิตบนโลกมนุษย์อย่างละเอียดชัดเจนเหมือนในแผนที่สมัยปัจจุบัน ถ้าเราเขียนรูปตัดด้านข้าง (profile) จากแผนที่นี้ เราจะได้รูปภูมิจักรวาล และหากเทียบภูมิจักรวาลกับรูปจำลองของงานสถาปัตยกรรมที่สำคัญๆ เช่น นครวัด ก็จะเห็นความสำคัญระหว่างรูปแบบทั้งสองอย่างชัดเจน
   ในสังคมเขมรโบราณซึ่งเลียนแบบมาจากอินเดีย กษัตริย์มีบทบาทเทียบเท่าเทพเจ้าบนยอดเขา ด้วยเหตุนี้ พระเจ้าแผ่นดินเขมรจึงปราบดาภิเษกเป็น “กษัตริย์แห่งภูเขาจักรวาล” เทพเจ้าที่มีบทบาทสำคัญในกรณีนี้ได้แก่ พระอินทร์ผู้ปราบพญานาคบนยอดเขาพระสุเมรุ เพื่อให้พญานาคคายนํ้าลงมาให้โลกมนุษย์ และองค์พระวิษณุเป็นผู้บงการให้เทวดาและอสูรพันลำตัวพญานาคเข้ากับพระสุเมรุแล้วขึงรีดเอานํ้าออกมาเพื่อจุดประสงค์เดียวกัน กษัตริย์เขมรก็เช่นกัน ทรงเทียบพระองค์กับพระศิวะ ผู้ประทับทั้งยอดเขาพระสุเมรุหรือเขาไกรลาส ดังจะเห็นได้จากการประดิษฐานศิวลึงค์เองก็มีความหมายเทียบเท่าได้กับเขาพระสุเมรุ ทั้งสองสิ่งมีนํ้าไหลจากยอดบนลงมาสู่ที่รองรับข้างล่าง ในกรณีของศิวลึงค์มีฐานที่รองรับเรียกว่า โยนี ซึ่งเป็นคำที่หมายถึงอวัยวะเพศหญิง อันเป็นจุดกำเนิดชีวิตและสิ่งเคียงคู่กับศิวลึงค์ ทั้งเขาพระสุเมรุและศิวลึงค์จึงเป็นสัญลักษณ์ของการออกดอก
ออกผลของพืชสัตว์และมนุษย์...


คำค้นหา :
#ptt 
#2551 
#WWF