ปีที่ 13 ฉบับที่ 52 วรรณกรรม สีเขียว การผลิใบของนิเวศสำนึก

วรรณกรรม สีเขียว การผลิใบของนิเวศสำนึก
   นับแต่ความเจริญก้าวหน้าและการพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นำพาความสะดวกสบายมาสู่มนุษย์ แต่ก็มีส่วนอย่างมากในการทำลาย สิ่งแวดล้อม ตัวอย่าง ใกล้ตัวที่สุดคงหนีไม่พ้นการค้นพบและพัฒนาพลาสติกขึ้นมาจนกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน แต่การใช้อย่างไม่คุ้มค่า โดยเฉพาะการกำจัดที่ไม่มีประสิทธิภาพทำให้ปัญหาขยะพลาสติกกำลังก่อปัญหาคุกคามต่อสิ่งมีชีวิตและระบบนิเวศอย่างกว้างขวาง นอกจากนี้ยังมีปัญหาความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติที่เกิดขึ้นทั่วโลก ซึ่งล้วนแต่มีสาเหตุหลักมาจากฝีมือมนุษย์
   วิกฤติการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมเกิดขึ้นและดำเนินมายาวนานหลายทศวรรษ นับแต่วันที่เรียกกันว่า “เอิร์ธเดย์” (Earth Day) เมื่อประมาณ 40 กว่าปีแล้ว กระทั่งการประชุมสิ่งแวดล้อมโลก ที่กรุงริโอเดจาเนโร ประเทศบราซิล เมื่อปี พ.ศ. 2535ได้กระตุ้นประชาคมโลกเกิดจิตสำนึก “วิกฤติการณ์สิ่งแวดล้อม” และได้เกิดขบวนการสิ่งแวดล้อม ความคิดเรื่องสิ่งแวดล้อมนิยมกระจายไปทั่วโลก
   กระแสดังกล่าวยังส่งผลให้เกิดงานเขียนด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่ง อาร์เน เนส (Arne Nasse) นักปรัชญา ชาวนอร์เว ผู้รักในการปีน เป็นผู้ริเริ่มนำ เอาคำว่า “นิเวศวิทยาแนวลึก” (Deep Ecology) มาใช้ในแวดวงงานเขียน โดยแนวคิดนี้เองยังได้มีอิทธิพลต่อการพัฒนาแนวคิดและวิธีการใหม่ในการศึกษาวรรณคดี ต่อมา งานเขียนที่ได้รับการยกย่องว่ามีพลังในการปลุกกระแสสำนึกทางสิ่งแวดล้อมอย่างยิ่งคือ “ฤดูใบไม้ผลิที่เงียบงัน” (Silent Spring) เขียนโดย ราเชล คาร์สัน (Rachel Carson) ที่ได้อธิบายให้ความรู้เกี่ยวกับวิกฤติการณ์ทางนิเวศวิทยาอันเป็นผลพวงจากการพัฒนาอุตสาหกรรม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโดยเฉพาะการใช้สารเคมีอันตราย ผ่านการพรรณนาด้วยศิลปะการเขียนแบบนิยาย